ส.บอลเชิญ 10 สนามหารือ ใช้แทนสมโภช 700 ปี เผยกำหนดวันเอเอฟซีตรวจความพร้อม

ส.บอลเชิญ 10 สนามหารือ ใช้แทนสมโภช 700 ปี เผยกำหนดวันเอเอฟซีตรวจความพร้อม ส.บอลเชิญ 10 สนามหารือ ใช้แทนสมโภช 700 ปี เผยกำหนดวันเอเอฟซีตรวจความพร้อม ส.บอลเตรียมหารือสนามอื่นๆ 10 สนาม เพื่อใช้แทนสนามสมโภช 700 ปี ซึ่งต้องผ่านตามเกณฑ์ของเอเอฟซี    นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้พูดถึงสนามราชมังฯ ว่า "ในวันที่ 20-24 ก.ย. เอเอฟซี จะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบความคืบหน้าของแต่ละสนาม ทุกสนามต้องส่งมอบในช่วงวัยที่ 20 ธ.ค. ซึ่งที่ราชมังฯ ได้รับการยืนยันจากผู้ว่าการกกท. ว่าสามารถปรับปรุงได้ทันเวลา รวมทั้งได้คำแนะนำจากรัฐมนตรีว่าอะไรที่เป็นข้อกำหนดเอเอฟซี ก็ทำ อะไรที่ไม่ได้กำหนด จะทำเลย หรือ ทำภายหลังก็ได้"

 "เช่น เอเอฟซี ไม่ได้พูดถึงสนาม, เก้าอี้ ดังนั้นอะไรที่เสี่ยงก็อย่าทำ อาทิ พื้นหญ้า ถ้า 3 เดือน อาจเสี่ยงเกินไป อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่า เมื่อ ดร.ก้องศักด รับปากแล้วจะทำได้แน่ ซึ่งสมาคมฯ พร้อมสนับสนุนด้านต่างๆ อาทิ เรื่องวัสดุอุปกรณ์ ที่ กกท.อาจติดขัด"

   ขณะเดียวกันเจ้าตัวยังได้พูดถึงเรื่องเปลี่ยนสนามจาก สนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ไปเป็นสนามราชมังคลากีฬาสถาน ให้ทีมชาติไทย ซัด ยูเออี วันที่ 15 ต.ค.นี้ ว่า "ตามกฎเอเอฟซี ถ้าเปลี่ยนสนาม ต้องแจ้งล่วงหน้า 60 วัน และได้รับการยินยอมจากคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ก็ได้ให้ฝ่ายต่างประเทศพยายามประสาน ถึงโอกาสในการกลับมาใช้ ราชมังคลากีฬาสถาน ที่มีความจุเกือบ 4 หมื่นที่นั่ง มากกว่า ที่ม.ธรรมศาสตร์ราว 1 เท่าตัว"

   และในวันที่ 18 ก.ย.นี้ เวลา 10.30 น. ส.บอล เตรียมเชิญตัวแทน 7 สโมสร เข้ามาหารือเรื่องการเปลี่ยนมาใช้สนามสโมสรแทนที่ สนามสมโภชฯ ซึ่งปรับปรุงไม่ทัน แต่ต้องผ่านตามหลักเกณฑ์ของเอเอฟซี ความจุ, ไฟส่องสว่าง 1,800 ลักซ์, ห้องแต่งตัว 4 ห้อง, สนามซ้อม, ที่พักโรงแรม 4-5 ดาว, การเดินทาง

  ซึ่งประกอบไปด้วย ลีโอ สเตเดี้ยม ของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, สนาม จ.บุรีรัมย์, เอสซีจี สเตเดี้ยม ของ เอสซีจี เมืองทองฯ, ชลบุรี สเตเดียม ของ ชลบุรี เอฟซี, สิงห์ สเตเดี้ยม ของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด, สนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี ของ สุพรรณบุรี เอฟซี และ มิตรผล สเตเดี้ยม ของราชบุรี มิตรผล เอฟซี

  พร้อมกันนี้ทาง ส.บอล ยังรอหนังสือยืนยันจาก ติณสูลานนท์ จ.สงขลา หลังจากการปรับปรุงว่าพร้อมหรือไม่ที่จะใช้ในการแข่งขัน ยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 ซึ่งจะมีการเรียกเข้ามาหารือ รวมทั้งสนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต และทางฝั่งการกีฬาแห่งประเทศไทย ของสนามราชมังฯ พร้อมกันในวันที่ 18 ก.ย.นี้

  สำหรับกำหนดการของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย(เอเอฟซี) จะเดินทางมาประเทศไทย เพื่อทำการตรวจสนามที่จะใช้จัดการฟาดแข้งศึก เอเอฟซี ยู 23 แชมเปี้ยนส์ชิพ 2020 รอบสุดท้าย ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.นี้ ซึ่งจะไปสนามของสโมสรที่จะใช้แทนสนามสมโภช 700 ปี จ.เชียงใหม่

  จากนั้นวันที่ 22 ก.ย.62 จะมุ่งไปยังสนามติณสูลานนท์ จ.สงขลา ก่อนวันที่ 23 ก.ย.62 จะไปสนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต และปิดท้ายในวันที่ 24 ก.ย.62 ไปตรวจสนามราชมังคลากีฬสาถาน และจะมีการจัดงานจับสลากแบ่งสายการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ โรงแรม สวิสโซเทล รัชดา ในวันที่ 26 ก.ย.62

  ทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว จะมีการคัดเอาทีมแชมป์ , รองแชมป์ และอันดับที่ 3 ของทัวร์นาเมนต์ เป็นตัวของทวีปเอเชีย ไปลุยฟุตบอลชายในมหกรรมกีฬา "โอลิมปิก 2020" ที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 24 ก.ค.63 – 9 ส.ค.63 ต่อไป

  หากเกิดกรณี ญี่ปุ่น เจ้าภาพโอลิมปิก 2020 คว้าแชมป์ หรือรองแชมป์ รวมถึงคว้าอันดับที่ 3 ทีมที่ได้อันดับที่ 4 จะได้สิทธิ์ผ่านเข้าไปเล่นโอลิมปิก 2020 แทน ตามกติกาโควต้าทวีปเอเชีย จำนวน 3 ทีม หรือ 3+1 (เจ้าภาพญี่ปุ่น)

ที่มาของเนื้อหา : www.siamsport.co.th

(Visited 1 times, 1 visits today)

Facebook Comments

ที่เกี่ยวข้อง