น่าคิด!มุมมองเมอร์ฟี่หลังแมนยูแพ้ไบรท์ตัน

แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุกคนผิดหวังกันสุดๆ หลังจากที่ทีมรักของพวกเขาออกไปแพ้ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 2-3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา และหลายคนก็ออกมาแสดงความคิดเห็นกันว่าอะไรทำให้ “ปีศาจแดง” ต้องแพ้ตั้งแต่นัดที่สองของฤดูกาล

ทั้งนี้ แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตแข้งคนดังของ ลิเวอร์พูล ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่เป็นกูรูให้ บีบีซี สื่อกีฬาชื่อดังของเมืองผู้ดี ได้วิเคราะห์เกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเหมือนกัน ซึ่งถือว่าเป็นมุมมองที่น่าสนใจ และวันนี้เราก็จะมานำเสนอให้ได้อ่านแบบคร่าวๆ กัน

“ถ้าเกิด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ ลิเวอร์พูล ลงเล่นกับ ไบรท์ตัน ด้วยแท็คติกและอากัปกิริยาแบบเดียวกับที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำแล้วล่ะก็ ผมก็คงอึ้งไปเลย หลังจากที่แพ้ไปแล้วนั้น ปอล ป็อกบา บอกว่า ยูไนเต็ด ขาดความกระหาย ที่จริงผมก็ไม่อยากพูดอะไรให้มันดูเกินเลยไปน่ะนะ แต่แฟนบอลบางคนคงโมโหสุดๆ เพราะพวกเขาดูไม่อยากลงเล่นเลย

น่าคิด!มุมมองเมอร์ฟี่หลังแมนยูแพ้ไบรท์ตัน

 

ยูไนเต็ด เล่นแบบระมัดระวังกันเต็มที่ ทั้งที่ถ้าเกิดพิจารณาถึงคุณภาพของพวกเขาแล้วล่ะก็ พวกเขาก็น่าจะเปิดเกมบุกใส่เต็มที่ในช่วง 20 นาทีแรก พร้อมกับท้าดวลไปเลยว่า -เรามีศักยภาพแบบนี้ พวกนายเก่งพอที่จะรับมือพวกเรารึเปล่า ?- พวกแผนน่ะมันมาจากสมองของกุนซือ และต่อให้ไม่นับรวมผลการแข่งขันแล้วเนี่ย สิ่งที่ผมกังวลเป็นอย่างมากก็คือเรื่องที่ว่านักเตะ ยูไนเต็ด ยังเห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่เขา (มูรินโญ่) ขอให้พวกเขาทำอยู่รึเปล่า

ทั้งที่พวกเขามีคุณภาพมากขนาดนั้น แต่ ยูไนเต็ด กลับไม่ยอมเปิดเกมบุกใส่อย่างเต็มที่ตั้งแต่ต้นเกม และไม่ไล่กดดันสูงใส่ ไบรท์ตัน เลย ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือนักเตะเจ้าถิ่นได้จับบอลเยอะตั้งแต่ต้นเกม, มีความมั่นใจมากขึ้น และเริ่มรู้ว่าพวกเขามีพื้นที่ว่างให้เล่นแล้ว พวกเขาเลยเล่นแบบใจเย็นได้

น่าคิด!มุมมองเมอร์ฟี่หลังแมนยูแพ้ไบรท์ตัน

หลังจากนั้น ยูไนเต็ด ก็เป็นฝ่ายตามหลัง การเปลี่ยนสภาพจิตใจให้ได้ในทันทีเมื่อตกเป็นฝ่ายตามหลังไปแล้วมันถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก เราคาดหวังว่าจะได้เห็นหนึ่งในทีมใหญ่ของลีกเปิดเกมบุกใส่อย่างเต็มที่ และบีบให้ทีมเล็กต้องเอาตัวรอดแบบหืดจับอย่างน้อย 20 นาที แต่มันไม่เคยเกิดขึ้นเลย พวกเขาไม่เร่งเกมกันตั้งแต่นาทีแรก และมันก็ทำให้ ไบรท์ตัน สามารถเล่นตามเกมของพวกเขาได้

แผนการเล่นแบบระมัดระวังเอาไว้ก่อนของ มูรินโญ่ มันคงจะได้ผลดีถ้าหากคุณมีนักเตะที่อยากเล่นเกมรับ แต่ถ้าลูกทีมของคุณอยากเล่นเกมบุกมากกว่าปกติ พวกเขาก็จะเล่นตามแผนแบบนี้ได้ยาก ไม่ต้องสนเรื่องผลการแข่งขันหรอก คือใน พรีเมียร์ลีก เนี่ย ทุกทีมสามารถแพ้ในเกมเยือนได้อยู่แล้ว สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คืออากัปกิริยาและการไม่เชื่อใจในแผนมากกว่า แฟนบอลชองพวกเขาจะต้องการให้ทีมรีบแก้ไขเรื่องฟอร์มการเล่นโดยเร็ว เพราะเกมที่ เอเม็กซ์ เนี่ย นักเตะของพวกเขาดูเล่นกันแบบไม่เต็มที่เลยในการเจอกับทีมที่เพิ่งแพ้มาเมื่อสัปดาห์ก่อน

น่าคิด!มุมมองเมอร์ฟี่หลังแมนยูแพ้ไบรท์ตัน

เราได้เห็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไล่ถล่ม ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 6-1 เมื่อวันอาทิตย์กันแล้ว ผมเชื่อว่า ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะไล่กดดัน ไบรท์ตัน ตั้งแต่ต้นเกมแน่นอนเวลาที่พวกเขาไปเยือนที่นั่น ซึ่งนั่นเป็นหลักความคิดที่ตรงกันข้ามกับของ ยูไนเต็ด ที่ยิงตรงกรอบแค่ครั้งเดียวในช่วง 45 นาทีแรก

มูรินโญ่ ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องปรี-ซีซั่นที่ยุ่งเหยิง, การไม่พอใจในเรื่องการเสริมทัพ หรือแม้กระทั่งฟอร์มของ ป็อกบา ซึ่งเป็นคนที่พยายามทำบางอย่างเพื่อทีมในเกมที่พวกเขาไปเล่นทางตอนใต้ (หมายถึงเกมกับ ไบรท์ตัน)

น่าคิด!มุมมองเมอร์ฟี่หลังแมนยูแพ้ไบรท์ตัน

เรื่องของเรื่องก็คือทีมใหญ่ๆ ต่างก็เจอปัญหาแบบเดียวกันทั้งนั้น ลองดู ท็อตแน่ม เป็นตัวอย่างก็ได้ พวกเขามีนักเตะหลายคนที่มารวมตัวซ้อมกับทีมช้าเพราะคนเหล่านั้นเพิ่งไปเล่นศึก ฟุตบอลโลก มา ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เจอกรณีแบบเดียวกัน แต่ถ้าคุณลองดู เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ดูสิ ผมไม่เห็นเขาจะบ่นถึงเรื่องที่ไม่ได้นักเตะใหม่เลย เขาถึงขนาดช่วยให้แฟนบอลหายโกรธเรื่องปัญหาเกี่ยวกับสนามแห่งใหม่ด้วยซ้ำ เขาไม่ได้บ่นอะไรเลย และยังทำงานกับนักเตะที่มีก่อนที่จะเก็บชัยชนะได้ครบทั้ง 2 นัด

แน่นอนว่า มูรินโญ่ เป็นกุนซือที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ดังนั้นผมก็คงไม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวเขา แต่บางครั้งการไม่หาข้อแก้ตัวและยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นมันก็ถือเป็นเรื่องดีกว่าการหาข้อแก้ตัว

น่าคิด!มุมมองเมอร์ฟี่หลังแมนยูแพ้ไบรท์ตัน

โอเคล่ะว่าเขาอาจจะพูดบางอย่างกับสื่อ แล้วค่อยไปชี้แจงกับลูกทีมในภายหลังว่าเขามีแรงจูงใจอะไรถึงพูดไปแบบนั้น แต่มันเป็นไปได้ยากมาก และพูดกันตามตรงนะ ถ้าเกิดลูกทีมของผมฟังสิ่งที่เขาพูดกับสื่อแล้วล่ะก็ ผมก็คิดว่ามันจะทำให้เกิดบรรยากาศที่ไม่ดีนิดหน่อยขึ้นมาได้เลย การฟันธงเรื่องอารมณ์ของนักเตะผ่านทางรายงานต่างๆ มันเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่คุณต้องยอมรับว่ามีหลายครั้งที่ข่าวลือมันมีมูลความจริง และนักเตะหลายคนก็ดูเล่นแบบไม่เต็มที่ในเกมกับ ไบรท์ตัน

เดล สตีเฟ่นส์ ซึ่งเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง วิ่งเป็นระยะทางมากกว่าทุกคนที่อยู่ในสนาม และได้สัมผัสกับบอลมากกว่านักเตะ ไบรท์ตัน ทุกคน มันมีบางครั้งที่เขามีพื้นที่ว่างถึง 20 หลาด้วย ทั้งที่ ยูไนเต็ด เอา ป็อกบา, อันเดรียส เปไรร่า และ เฟร็ด ยืนปักหลักเป็นมิดฟิลด์อยู่ 3 คน จากมุมมองของ มูรินโญ่ แล้วนั้น เรื่องแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยเมื่อคุณมีนักเตะที่เก่งกว่าอีกฝ่าย

น่าคิด!มุมมองเมอร์ฟี่หลังแมนยูแพ้ไบรท์ตัน

แผงมิดฟิลด์ของเขาเจอปัญหากับการยืนแบบ 3 คน และโดยรวมแล้วฟอร์มของพวกเขาก็ดูเล่นแบบระมัดระวังมากเกินไปหน่อย ส่วนการยืนตำแหน่งก็คาดเดาได้ง่ายยิ่งกว่าอะไรดี ไม่มีใครกล้าบุกทะลวงแผงแบ็กโฟร์ของ ไบรท์ตัน สักคนเดียว โดยที่ เปไรร่า กับ เฟร็ด เน้นจ่ายคืนหลังด้วย

มูรินโญ่ ทำการเปลี่ยนแปลงในช่วงพักครึ่ง เขามองเห็นว่ามันเกิดปัญหาอะไรขึ้น ซึ่งนั่นถือเป็นสิ่งที่กุนซือเก่งๆ มีอยู่ในตัว ตอนนั้นทีมของเขาต้องการนักเตะแบบ เจสซี่ ลินการ์ด ที่ชอบวิ่งทะลุแนวรับของคู่แข่ง เมื่อแผงมิดฟิลด์ของคุณได้ครองบอลแล้วนั้น การมีใครสักคนที่วิ่งทะลุคู่แข่งไปได้ก็ถือเป็นเรื่องที่ช่วยได้ดี

น่าคิด!มุมมองเมอร์ฟี่หลังแมนยูแพ้ไบรท์ตัน

ฆวน มาต้า กับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่อยู่ตรงริมเส้นไม่ได้สร้างความอันตรายตรงพื้นที่ว่างในแนวหลังของ ไบรท์ตัน เลย และถึงแม้ว่าหลายครั้งมันจะไม่มีพื้นที่ว่างมากนัก แต่ ลินการ์ด ก็เล่นแบบฉลาดสุดๆ จนสามารถผสมผสานการเล่นของตัวเองได้ และจะถอยต่ำลงมารับบอลด้วยถ้าจำเป็นต้องทำอย่างนั้น

ผมไม่มั่นใจว่าคุณต้องให้ ป็อกบา, เฟร็ด และ เปไรร่า ลงพร้อมกันตรงกลางสนามทั้ง 3 คนรึเปล่า ดังนั้นพวกเขาก็ต้องไปหาความสมดุลกันเอาเอง และแผงหลังของพวกเขาก็น่ากังขาด้วย เพราะเซนเตอร์แบ็กของพวกเขามีปัญหามากๆ เอริก ไบยี่ กับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ เจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในการรับมือ เกล็นน์ มาร์รี่ย์ ซึ่งเล่นได้ดีสุดๆ มูรินโญ่ พูดออกมาเองว่าเขาอยากได้เซนเตอร์แบ็กอีกสักคน และพวกเขาก็มีข่าวกับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ของ เลสเตอร์ ด้วย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาทำได้ก็คือการทำให้ขุมกำลังที่มีอยู่เล่นกันให้ดีกว่านี้

น่าคิด!มุมมองเมอร์ฟี่หลังแมนยูแพ้ไบรท์ตัน

ผมเข้าใจดีว่าแฟนบอล ยูไนเต็ด อาจจะโมโห และรู้สึกกังวล แต่เมื่อคุณลองคิดดูดีๆ แล้วคุณก็จะเห็นว่า มูรินโญ่ มีตัวเลือกสำหรับการช่วยเปลี่ยนสถานการณ์หลายคน อันเดร์ เอร์เรร่า อาจลงมาเล่นแทนใครสักคน (ในเกมต่อๆ ไป) และทำให้แผงกลางแข็งแกร่งได้, มารูยาน เฟลไลนี่ อาจเป็นตัวจริงได้ และแน่นอนว่ารวมถึงเรื่องที่ อเล็กซิส ซานเชซ จะสามารถกลับมาช่วยทีมได้ในอนาคตด้วย

การใช้งานนักเตะเหล่านี้สามารถทำให้ทีมอย่าง ยูไนเต็ด เก็บชัยชนะได้รัวๆ สัก 4 หรือ 5 นัด พร้อมกับทำให้อารมณ์ภายในทีมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้เลย ป็อกบา ยอมรับเองว่าพวกเขาเล่นกันได้ไม่ดีพอเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ดังนั้นมันจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงในเกมต่อไปที่จะเจอกับ ท็อตแน่ม มันจะเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ แต่มันก็ถือเป็นเกมที่เหมาะสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนี้ด้วย เมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่ สเปอร์ส มีสถิติที่ไม่ดีเลยเวลาไปเยือน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

น่าคิด!มุมมองเมอร์ฟี่หลังแมนยูแพ้ไบรท์ตัน

ก่อนที่จะถึงเกมนั้นมันคงมีการพูดถึง มูรินโญ่ หลายเรื่อง แต่ผมคิดว่ามันคงเป็นการพูดเกินความเป็นจริงไปมากถ้าจะบอกว่าพวกเขาอาจจะมีฤดูกาลที่ย่ำแย่ แน่นอนว่าฟอร์มที่ออกมาในเกมแพ้ ไบรท์ตัน มันไม่ดีเลย แต่ถ้าพวกเขาลงเล่นด้วยวิธีที่ถูกต้อง และมีอากัปกิริยาที่ดีแล้วล่ะก็ ยูไนเต็ด ก็จะเริ่มได้ประโยชน์จากขุมกำลังอันเต็มไปด้วยคุณภาพของพวกเขาเอง”

    – เกร็ดน่าสนใจ
ในเกมที่ แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ 6-1 แผงหลัง 3 คนของ “เรือใบสีฟ้า” ได้จ่ายบอลในฝั่งของคู่แข่งเยอะมากจนคิดเป็น 76 เปอร์เซ็นต์จากการผ่านบอลรวมกันของทั้ง 3 คน ในทางกลับกัน เอริก ไบยี่ กับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ได้ผ่านบอลในฝั่งของ ไบรท์ตัน เพียงแค่ 19 เปอร์เซ็นต์ จากการผ่านบอลรวมกันของทั้งคู่

    เทียบสถิติการผ่านบอลของแนวรับ แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนฯ ซิตี้ ในนัดล่าสุด
 นักเตะ ผ่านบอล-ผ่านบอลในแดนคู่แข่ง
เอริก ไบยี่ (แมนฯ ยูไนเต็ด) 69-9
วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ (แมนฯ ยูไนเต็ด) 67-18
แว็งซ็อง ก็องปานี (แมนฯ ซิตี้) 114-87
จอห์น สโตนส์ (แมนฯ ซิตี้) 105- 85
เอมเมอริก ลาป๊อร์กต์ (แมนฯ ซิตี้) 91-65

(Visited 84 times, 1 visits today)

Facebook Comments

ที่เกี่ยวข้อง