ความรัก ความห่วงใย จากแม่ของเทรนท์ และ มาเน่

ความรัก ความห่วงใย จากแม่ของเทรนท์ และ มาเน่ ความรัก ความห่วงใย จากแม่ของเทรนท์ และ มาเน่ มันมีปัจจัยหลายอย่างที่จะช่วยให้คนเราจะประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ ได้ หนึ่งในนั้นคือการสนับสนุนและการชี้นำจากคนใกล้ตัว โดยเฉพาะจากคนเป็นพ่อแม่ เพราะทั้งคู่คือคนที่อยู่กับเรามาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ซึ่งบางคนอาจจะได้รับอิทธิพลจากพ่อมากกว่า ส่วนบางคนอาจจะได้จากคนเป็นแม่มากกว่า ขณะที่บางคนอาจจะได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งคู่เท่าๆ กัน      เราจะพาแฟนๆไป ดูเรื่องราวน่าอมยิ้ม ความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก ของ นักเตะลิเวอร์พูลสองราย คือ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ ซาดิโอ มาเน่

     แบ็กขวาดาวรุ่งของ ลิเวอร์พูล เองได้รับการสนับสนุนจากคนในครอบครัวเหมือนกัน โดยเฉพาะ ไดแอนน์ คุณแม่ของเขาที่คอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิดมาจนถึงทุกวันนี้ และทำให้เขากลายเป็นนักเตะชั้นยอดแบบในปัจจุบัน

ความรัก ความห่วงใย จากแม่ของเทรนท์ และ มาเน่

    เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก ซึ่ง ไดแอน และ ไมเคิ่ล สามีของเธอก็ไม่ได้ขัดขวางความฝันนั้น เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กหนุ่มชาวอังกฤษจะอยากเป็นนักเตะอาชีพ เพียงแต่ทั้งคู่ก็สั่งให้ลูกชายต้องเข้าเรียนเช่นกัน เพราะมันไม่มีอะไรรับประกันว่าเขาจะกลายเป็นนักเตะอาชีพได้จริงๆ

    ดาวรุ่งจากเมืองลิเวอร์พูลเคยให้สัมภาษณ์ว่า "คุณแม่กับคุณพ่อของผมรู้อยู่เสมอว่าผมใฝ่ฝันที่จะได้เป็นนักฟุตบอล แต่พวกท่านก็เตือนผมด้วยว่ามันมีเพียง 1 หรือ 2 เปอร์เซ็นตืเท่านั้นที่โชคดีพอที่จะทำความฝันให้เป็นจริงได้ พวกท่านทำให้มั่นใจว่าผมจะมีแผนสำรองเผื่อว่าจะอดเป็นนักฟุตบอลอยู่เสมอ"

    "คุณแม่กับคุณพ่อของผมผลักดันให้ผมทำงานอย่างหนักในช่วงแรกๆ ของการศึกษาที่โรงเรียน ถ้าไม่ได้เซ็นสัญญากับ ลิเวอร์พูล แล้วล่ะก็ ผมก็อาจจะไปเรียนระดับมหาวิทยาลัยต่อโดยที่เรียนเกี่ยวกับเรื่องกีฬาก็ได้"

    อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เคยเรียนที่โรงเรียนเอกชนเซนต์ แมรี่ส์ ระหว่างอายุ 9-13 ปี ก่อนที่จะย้ายไปเรียนที่ เรนฮิลล์ ไฮจ์ ซึ่งก็ต้องถือว่าคุณแม่กับคุณพ่อของเขามีส่วนช่วยให้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ มีโอกาสทำตามความฝันได้มากขึ้น จากการย้ายโรงเรียนในครั้งนี้ เพราะ เรนฮิลล์ ไฮจ์ มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับอะคาเดมี่ของ ลิเวอร์พูล นั่นเอง

    แม้ชีวิตของ เทรนท์ คือ ฟุตบอล แต่ ไดแอนน์ ยังยืนยันว่า เรื่องการศึกษาต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง แล้วเรื่องฟุตบอลตามมาเป็นที่สอง

    ไดแอนน์ ให้ เทรนท์  ต้องสอบผ่าน GCSE (ระบบการศึกษาสำหรับเด็กที่มีอายุ 14 – 16 ปี ในประเทศอังกฤษ) ให้ได้ เพราะโอกาสที่จะเป็นนักฟุตบอลมันจบลงได้ทุกเมื่อ ซึ่งหาก เทรนท์ ไม่ได้ขึ้นมาเป็นนักฟุตบอล เขาก็อาจต้องไปเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแทน

     "เราเคยพูดกันว่า -โอกาสการเป็นนักเตะมันอาจจะจบลงได้ทุกเมื่อนะ- ดังนั้นเขาเลยต้องสอบผ่านระดับ GCSE ให้ได้ ที่จริงเขาก็สอบผ่านระดับ BTEC ด้วย เทรนท์ ระบุว่าเขาอยากเรียนด้านกีฬา และผ่านการทดสอบสำหรับการเข้าเรียนที่ ลูจห์โบโรห์ เหมือนกัน"

    ตอนที่ เทรนท์ กำลังเล่นให้ทีมชาติอังฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ที่ เบลเยี่ยม เขาก็ต้องสอบ GCSE แบบกรณีพิเศษตอนอยู่กับทีมชาติถึง 2 วิชาด้วย

ความรัก ความห่วงใย จากแม่ของเทรนท์ และ มาเน่

    ไดแอนน์ คุยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ว่าจะให้ เทรนท์ ทำอย่างไรได้บ้าง เพราะเธอไม่อยากให้ ลูกชาย ทิ้งเรื่องนี้

    "เราคุยกับทางโรงเรียน และผู้ดูแลการสอบ ซึ่ง เทรนท์ ก็ได้สอบระดับ GCSE ในเวลาเดียวกัน เขาสอบ 2 วิชาที่ประเทศเบลเยียม เท่าที่ฉันจำได้นะ เขาสอบผ่าน 7 วิชา อย่างเช่น ภาษาอังกฤษ, คณิตศาสตร์, ประวัติศาสตร์, วิทยาศาสตร์, การศึกษาด้านธุรกิจ ฉันจำไม่ได้ว่า 2 วิชาที่เขาสอบตอนอยู่ต่างประเทศนี่มันเป็นวิชาอะไร แต่อาจารย์มักจะสอนเขาผ่านทาง Facetime เป็นส่วนใหญ่"

    "เขาไม่เคยละทิ้งการเรียนเลย และเราก็ไม่ยอมให้เขาทิ้งการเรียนเหมือนกัน"

    การช่วยเหลือจากครอบครัว คือสิ่งสำคัญที่ทำให้ เทรนท์ มีได้อย่างทุกวันนี้

    เทรนท์ ยอมรับว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณของคุณแม่มาก กับการที่ท่านเสียสละเพื่อให้เขาทำตามความฝัน

    จะว่าไปแล้วที่จริงมันก็ไม่ใช่แค่ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นหนี้บุญคุณ ไดแอนน์ เพราะแม้กระทั่งตัว ลิเวอร์พูล เองก็นับถือการสนับสนุนลูกของเธอจนถึงขนาดเอากรณีของเธอมาเป็นตัวอย่างเวลาพูดกับผู้ปกครองที่เอาลูกมาเข้าอะคาเดมี่ของทีมเลย

ความรัก ความห่วงใย จากแม่ของเทรนท์ และ มาเน่

    "ไดแอนน์ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคุณพ่อคุณแม่คนไหนก็ตามที่ลูกชายของพวกเขากำลังพยายามที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้ เธอสนับสนุนเขาได้อย่างยอดเยี่ยม การสนับสนุนของเธอจะถูกนำมาพูดถึงอยู่เสมอเมื่อถึงเวลาที่เราต้องอธิบายให้ผู้ปกครองรู้ว่าพวกเขาอาจจะต้องเจอกับอะไรบ้าง รวมถึงเรื่องที่ว่าพวกเขาสามารถให้ความช่วยเหลือลูกๆ ได้ยังไงบ้าง" อเล็กซ์ อิงเกิ้ลธอร์ป หัวหน้าฝ่ายอะคาเดมี่ของ ลิเวอร์พูล เคยกล่าวเอาไว้อย่างนั้น

    นอกเหนือจากเรื่องฝีเท้าแล้วนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้รับคำชมอย่างมากคือการที่เขาเป็นคนติดดิน เขาไม่เคยแสดงท่าทีเหลิงจนเกินไปเลยแม้ว่าจะประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยก็ตาม ซึ่ง ไดแอนน์ คือคนที่ช่วยทำให้แบ็กขวาดาวรุ่งมีนิสัยแบบนั้น โดยหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยทำให้เขาเป็นคนติดดินก็คือการที่คุณแม่ของเขาสั่งให้เขาช่วยดูดฝุ่นที่บ้าน

    อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เคยเปิดใจว่า"ผมยังอาศัยอยู่กับคุณแม่และคุณพ่อของผม และใช่ ผมยังต้องทำงานบ้านอยู่ ผมล้างจานไม่ค่อยเก่งน่ะนะ ผมเลยดูดฝุ่นแทน ผมยังช่วยงานบ้านที่บ้านอยู่ ที่จริงผมเองก็ไม่เก่งเท่าไหร่หรอก แต่ผมพยายามที่จะทำงานส่วนของตัวเองสักหน่อย"

    นอกจากนี้ ไดแอนน์ ก็ยังเป็นห่วงลูกของเธออยู่เสมอ แม้กระทั่งตอนที่ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ไปทำศึก ฟุตบอลโลก 2018 กับทีมชาติอังกฤษ เธอก็ยังมักจะติดต่อไปหาลูกชายอยู่บ่อยๆ

    ดาวเตะชาวอังกฤษเผยเมื่อช่วงปี 2018 ว่า "ที่จริงท่านส่งข้อความมาหาผมน้อยลงแล้วน่ะนะ แต่มันก็ยังอยู่ในระดับทุกวันอยู่ เราสนิทกันมากๆ และมันเป็นเรื่องดีที่ผมได้รู้สึกบรรยากาศแบบที่บ้านบ้าง ท่านติดต่อมาหาผมทุกวันเพื่อทำให้มั่นใจว่าผมทาครีมกันแดดอยู่เสมอ แถมยังพูดเรื่องอื่นๆ ด้วย ท่านเป็นคนที่ละเอียดสุดๆ"

    ตอนเทรนท์ มีชื่อติดทีมชุดฟุตบอลโลก เขาได้โพสต์รูปตัวเองในชุดนักเรียน ซึ่ง ไดแอนน์ ก็ยังมอง เทรนท์ ในวันนี้ว่า เป็นคนเดิมกับเด็กน้อยในรูปๆนั้น และ เธอเอง ก็ไม่อยากจะเชื่อว่า ลูกชายของเธอ จะได้ไปฟุตบอลโลกจริงๆ

    "มันน่าเหลือเชื่อสุดๆ ความฝันของเด็กผู้ชายทุกคนคือการได้เล่นให้ทีมชาติอังกฤษในชุดแข่งของบ้านเกิดแบบเดียวกับ แกรี่ ลินิเกอร์ หรือ สตีวี่ เจอร์ราร์ด – ฉันยอมรับนะว่าตัวเองเคยคิดว่า -ฝันไปเถอะลูก มันไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก – แต่ตอนนี้..มันก็เกิดขึ้นแล้ว"

    "ลูกชายฉันยังเป็นเหมือนเด็กบ้านๆอยู่เลย – ใครจะเชื่อล่ะว่าเขาจะได้ดวลกับ โรนัลโด้? – ไม่พอนะ ตอนที่เพื่อนฉันบอกว่า เทรนท์ ถูกพูดถึงในหนังสือส่วนตัวของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ฉันบอกไปทันทีเลยว่า "ไม่มีทาง!" "

    "แต่พอฉันไปเช็คในหนังสือนั่นแล้วมีชื่อจริงๆ ที่เจอร์ราร์ดเขียนถึงลูกชาย ฉันกลับมาบ้านบอกตัวเองว่า นี่ฉันเป็นแม่ของเทรนท์ นะ ฉันเป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไป รวมถึง พ่อของเขาและ พี่น้องเขาด้วย"

    ไดแอนน์ จริงจังกับลูกของเธอมากๆ จนถึงขนาดสั่งให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม ลิเวอร์พูล ช่วยดูแลลูกชายด้วย โดย เฮนเดอร์สัน เคยบอกถึงเรื่องนี้เองว่า "ผมจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งที่ผมได้รับบาดเจ็บตอนอยู่ในสนาม แล้วจากนั้นคุณแม่ของเขาก็เข้ามาอยู่ใกล้ๆ ผม (ในตอนที่ เฮนเดอร์สัน อยู่ข้างสนาม) พร้อมกับพูดว่า – ทำให้มั่นใจนะว่าเขาจะทำทุกอย่างถูกต้อง คุณต้องคอยดูแลเขาให้ดีนะ"

    มาต่อที่เรื่องราวของ ซาดิโอ มาเน่ ปีกลมดรดทีมชาติเซเนกัล กันบ้าง…

ความรัก ความห่วงใย จากแม่ของเทรนท์ และ มาเน่

    หลายท่านคงเคยรับรู้เรื่องราวชีวิตของ มาเน่ กันบ้างแล้วว่า ชีวิตของเขากว่าจะได้มาเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ยุโรปได้นั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง

    เรื่องน่ารักๆของมาเน่ กับ แม่ คือ เขาออกจากบ้านเกิดโดยแทบไม่ได้บอกคนที่บ้านสักคำ มีแต่ลุงคนเดียวเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ แม้แต่แม่เองก็ไม่รู้ ซึ่ง"ซาตู"แม่ของเขา ก็ยังคงคิดว่าลูกชายตัวเองยังเล่นอยู่กับอคาเดมี่ฟุตบอล ที่ดาการ์ เหมือนเดิม

    ที่ฝรั่งเศส เขาพยายามจะโทรหาแม่แต่บัตรโทรศัพท์มียอดเงินไม่พอ วันต่อมาเขาจึงให้เพื่อนพาไปซื้อบัตรโทรศัพท์ จากนั้นเขาก็กริ๊งกร๊างหาแม่ทันที

    มาเน่ : "ฮัลโหล แม่ครับ ผมอยู่ฝรั่งเศสนะ"

    แม่ : "ห้ะ! ฝรั่งเศส.. มันคือที่ไหน?" 

    มาเน่ : "ฝรั่งเศสที่ยุโรปไงครับแม่"
    
    แม่ : "ลูกหมายความว่าอะไรเนี่ย ยุโรป เนี่ยนะ? ลูกอยู่ที่เซเนกัลนิ่"

    มาเน่ : "ไม่ๆแม่ ผมอยู่ยุโรปจริงๆครับ"

    แต่ถึงอย่างไร แม่ก็ยังไม่เชื่อ จนกระทั่งมาเน่ได้บอกว่าให้แม่เปิดทีวีแล้วจะเจอเขาบนหน้าจอ 

    มาเน่ทำแม่ประหลาดใจและแทบบ้า เธอเซอร์ไพรส์สุดๆเมื่อรู้ว่ามาเน่ไปอยู่ต่างประเทศจริงๆ หลังจากนั้นทุกวันแม่ก็โทรหาตลอดเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของลูกชาย

    มีเรื่องเล่าจากนักข่าวจีนคนหนึ่ง เคยลงไว้ในโซเชี่ยลส่วนตัว ว่าตอนที่มาที่เม็ตซ์นั้นเขาได้เจอกับซาดิโอ มาเน่ 

    มาเน่เป็นคนสุภาพเรียบร้อย อ่อนน้อม ทุกคนที่เดินผ่านจะได้รับการทักทายจากเขาเสมอ 

ความรัก ความห่วงใย จากแม่ของเทรนท์ และ มาเน่

    มาเน่เห็นนักข่าวคนนี้มีกล้องถ่ายรูป จึงถามกลับไปว่า ถ่ายรูปให้หน่อยสิ จะเอาไปอวดให้แม่ดู พอถ่ายเสร็จ มาเน่ยังทิ้งท้ายว่า นี่ถ่ายให้ฟรีใช่ไหมครับ?

    ตอนที่มาเน่ย้ายมาลิเวอร์พูล แม่ของเขามีความสุขมากๆ อย่างไรก็ดี แม่มาเน่ไม่ได้ดูลูกชายตัวเองเล่นอีกเลยหลังเคยเห็นมาเน่บาดเจ็บ ระหว่างที่กำลังดูเขาลงแข่งผ่านจอทีวีที่เซเนกัล

ความรัก ความห่วงใย จากแม่ของเทรนท์ และ มาเน่

    "จากตอนนั้น แม่ก็ไม่ได้ดูผมเล่นฟุตบอลเลย เพราะมันทำให้เธอรู้สึกไม่ดี"

    "แม่ไม่สามารถดูผมลงแข่งได้หรอก เพราะท่านกลัวว่าจะมีใครมาทำผมเจ็บอีกรอบ"

    อย่างว่าแหละนะ สำหรับแม่แล้ว ต่อให้ลูกชายโตขนาดไหนในสายตาท่าน ก็ยังดูเด็กอยู่เสมอ…
    
    

ที่มาของเนื้อหา : www.siamsport.co.th

(Visited 1 times, 1 visits today)

Facebook Comments

ที่เกี่ยวข้อง