8 เกม 27 ลูก! ลิเวอร์พูลพร้อมเกิน 100% ออกสตาร์ทพรีเมียร์

พรีเมียร์ลีก เปิดฉากอย่างเป็นทางการไปแล้วตั้งแต่คืนวันศุกร์ แต่สำหรับลิเวอร์พูล พวกเขาจะลงเล่นในวันอาทิตย์นี้ เจอกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในเวลา 19.30 น. เป็นต้นไป

ลิเวอร์พูลลงสนามในเกมอุ่นเครื่องทั้งหมด 9 นัด มีสถิติ ชนะ 7 เสมอ 1 แพ้ 1 ผลงานโดยรวมถือว่ายอดเยี่ยมมาก การเจอกับทีมใหญ่ทั้งแมนฯซิตี้ และ แมนฯยูไนเต็ด พวกเขาเก็บชัยชนะได้ทั้งสองนัด

ก่อนที่โปรแกรมของหงส์แดงจะเริ่ม เราไปดูกันว่า พวกเขาได้เรียนรู้อะไรบ้างจาก ปรีซีซั่นทั้ง 9 เกมนี้

8 เกม 27 ลูก! ลิเวอร์พูลพร้อมเกิน 100% ออกสตาร์ทพรีเมียร์

    1) แข้งใหม่ ปรับตัวได้เร็วมาก

นักเตะ 4 คนของหงส์แดง ที่ซื้อมาถือว่ามีคุณภาพสูงทุกคน แต่ที่น่าสนใจกว่าคือ พวกเขาปรับตัวได้เร็วมากๆ ตั้งแต่เกมอุ่นเครื่อง

เซอร์ดาน ชาคิรี่ – โอเวอร์เฮดคิก ในเกมกับยูไนเต็ด และแอสซิสต์ให้สเตอร์ริดจ์ยิงสองลูก

นาบี เกอิต้า – มีพลังขับเคลื่อนในแดนกลาง มีแอสซิสต์ในเกมกับเชสเตอร์ ภาพรวมวูบวาบ และเล่นได้มีพลังสูงมาก

อลีสซง เบ็คเกอร์ – เก็บคลีนชีทในเกมกับนาโปลี ตามด้วย เสีย 1 ลูกแบบสุดวิสัยในเกมกับโตริโน่ ดูแล้วแข็งแกร่ง ไม่มีอะไรน่ากังวล

ฟาบินโญ่ – พลาดจุดโทษ ในเกมกับโตริโน่ แต่ยิงประตูได้ในเกมเจอนาโปลี ยังดูติดๆขัดๆบ้าง แต่ มีแววพัฒนาได้

8 เกม 27 ลูก! ลิเวอร์พูลพร้อมเกิน 100% ออกสตาร์ทพรีเมียร์

    2) ซาลาห์พัฒนาไปอีกระดับ

ย้อนกลับไปซีซั่นที่แล้ว เราเห็นภาพ โม ซาลาห์ เป็นตัวจบสกอร์ที่เฉียบขาด ผลงาน 32 ประตูในพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่เรื่องโกหกแน่ แต่มาในช่วงปรีซีซั่น สิ่งที่เราเห็นเพิ่มขึ้นอีก คือ เจอร์เก้น คล็อปป์ จับเขาให้เล่นในบทบาทเพลย์เมกเกอร์มากขึ้น

เราจะเห็นซาลาห์ กล้าเลี้ยงตัดเข้ากลางเพื่อกินตัว และจ่ายคิลเลอร์พาสให้เพื่อนจบสกอร์ คือเขาไม่ได้สนใจแต่จะยิงอย่างเดียวแล้ว แต่เขาสร้างสรรค์เกมด้วย ดูอย่างประตูขึ้นนำ1-0 ที่เจอโตริโน่ ซาลาห์กระชากเข้าในแล้วแทงให้ฟีร์มีโน่ ยิงขึ้นนำ 1-0 นี่เป็นสไตล์ที่เราน่าจะได้เห็นจากซาลาห์มากขึ้นต่อจากนี้ หากนึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงลีโอเนล เมสซี่ ไม่ใช่แค่ยิง แต่ทำเกมด้วย

8 เกม 27 ลูก! ลิเวอร์พูลพร้อมเกิน 100% ออกสตาร์ทพรีเมียร์

    3) เกมรุกเฉียบคมมาก

ในเกมอุ่นเครื่องทั้ง 9 นัด มีเกมเดียวที่ลิเวอร์พูลยิงไม่ได้ คือการเสมอบิวรี่ 0-0 แต่เกมนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มตัวสำรอง แต่พอเซ็ตตัวจริงลงครบ เกมรุกของลิเวอร์พูลคือสุดยอดเหมือนเดิม มาเน่ ซาลาห์ ฟีร์มีโน่ ยังประสานงานกันได้เฉียบคมมาก ขณะที่แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ลงเล่นได้ต่อเนื่อง ไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆเลย ยิ่งรวมกับ เซอร์ดาน ชาคิรี่ และ โดมินิค โซลันกี้ ก็เชื่อว่า หงส์แดงในซีซั่นนี้ มีเกมรุกที่ไม่เป็นรองใครในลีกแน่

สถิติ 27 ลูกจาก 9 นัดถือว่ายอดเยี่ยม และใน  2 เกมหลังสุด กับนาโปลี และโตริโน่ ถ้าพวกเขาเฉียบคมกว่านี้ สกอร์น่าจะไปไกลกว่า 5-0 และ 3-1 เสียอีก ซึ่งถ้าลิเวอร์พูลเล่นได้แบบนี้ ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรก เวสต์แฮมไม่น่าต้านอยู่

8 เกม 27 ลูก! ลิเวอร์พูลพร้อมเกิน 100% ออกสตาร์ทพรีเมียร์

    4) ปัญหาเดียวคือเซ็นเตอร์แบ็ก

ในขณะที่ตำแหน่งอื่นแกร่งหมด แต่เซ็นเตอร์แบ็กของทีมหงส์แดงมีปัญหาชัดเจน โจเอล มาติป บาดเจ็บเร็วมาก ในเกมเจอดอร์ทมุนด์ เช่นเดียวกับรักนาร์ คลาวาน ที่มาเจ็บตอนซ้อม ทำให้ลิเวอร์พูล เหลือกองหลังธรรมชาติ แค่ ฟาน ไดค์ กับ โจ โกเมซ เท่านั้น เพราะ เดยัน ลอฟเรน เพิ่งกลับมาเข้าแคมป์ไม่ถึงสัปดาห์ สภาพความฟิตยังมีคำถาม

แต่โจ โกเมซ ก็มาบาดเจ็บไปอีก เท่ากับว่าคล็อปป์ต้องดันเอา แนท ฟิลิปส์ จากทีมเยาวชนขึ้นมาเป็นตัวจริงในเกมกับโตริโน่ และก็มีเล่นพลาด จนเสียประตูไปอีก ซึ่งถ้าหากลอฟเรน หายไม่ทัน ลิเวอร์พูลต้องใช้ฟิลลิปส์ก็ต้องลุ้นเหนื่อยแน่

8 เกม 27 ลูก! ลิเวอร์พูลพร้อมเกิน 100% ออกสตาร์ทพรีเมียร์

    5) คนยิงจุดโทษอาจเปลี่ยน

ในซีซั่นที่แล้ว ลิเวอร์พูลมีคนยิงจุดโทษหลายคน ทั้งฟีร์มีโน่, ซาลาห์ และ มิลเนอร์ แต่ในช่วงปรีซีซั่น ดูเหมือนคล็อปป์จะยกหน้าที่นี้ให้ ซาดิโอ มาเน่ เขายิงจุดโทษสองลูก ในเกมชนะแมนฯ ซิตี้ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ดังนั้นจะเห็นว่า คล็อปป์พร้อมแล้วที่จะให้ มาเน่ รับผิดชอบไปเลยเรื่องการสังหารจุดโทษ เพราะเจมส์ มิลเนอร์ ก็คงเป็นสำรอง หลายๆครั้งคงไม่ได้อยู่ในสนาม

ขณะที่ฟาบินโญ่ สมัยอยู่โมนาโก ยิงจุดโทษมา 13 ลูก ไม่เคยพลาดเลย แต่มาประเดิมลูกแรกกับทีมหงส์แดง ในการเจอโตริโน่ ก็พลาดเลย ซึ่งมันอาจเข้าตากรรมการไปหน่อย

ส่วนคนยิงจุดโทษอีก 2 คน ในช่วงปรีซีซั่นคือ มิลเนอร์ ในเกมเจอเชสเตอร์ และ เชยี่ โอโจ ในเกมชนะแมนฯ ยูไนเต็ด แต่ถ้าดูแล้วจริงๆมีโอกาสสูงมากที่จุดโทษมือหนึ่งจะเปลี่ยนมือ เป็น ซาดิโอ มาเน่ แทน

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add Friend

 

(Visited 7 times, 1 visits today)

Facebook Comments

ที่เกี่ยวข้อง