อินซินเย่ซัดชัย! นาโปลีเปิดรังเชือดลิเวอร์พูลหวิว นำฝูงกลุ่มศึกชปล.

”อัซซูร์ร่า” นาโปลี รองแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ไม่ทำให้กองเชียร์ตัวเองต้องผิดหวัง หลังไล่บดเอาชนะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไปแบบหวุดหวิด 1-0 จากประตูชัยของ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ ที่ซัดนาทีสุดท้ายให้ทีมซิวสามแต้มแรก พร้อมขึ้นนำจ่าฝูงกลุ่ม ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

โดยเกมแรก นาโปลี ทำได้แค่บุกไปเสมอกับ เซอร์เวน่า ซเวซด้า ทีมจากเซอร์เบีย 0-0 ขณะที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มสวยเมื่อเบียดเอาชนะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มาสนุก 3-2

แนวรุกของเจ้าถิ่นวันนี้ คาร์โล อันเชลอตติ ส่ง อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค ลงเล่นแทน ดรีส์ เมอร์เท่นส์ โดยประสานงานร่วมกับ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ และโฆเซ่ กาเยฆ่อน ส่วนทางฝั่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของ ลิเวอร์พูล ยังคงใช้ 3 แนวรุกเหมือนเดิมทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่

เริ่มเกม นาโปลี ทำได้ดีกว่า และแค่นาทีที่ 10 หวิดจะชิงขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะที่ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายบอลพุ่งเลียดถากเสาออกไปแบบได้เสียว

”อัซซูร์ร่า” ยังปั้นเกมรุกได้ดีกว่า นาที 16 ได้ลุ้นประตูอีกครั้ง ฮัมซิค จ่ายให้ อินซินเย่ กดด้วยซ้ายข้างถนัดแต่บอลโด่งข้ามคานไป

อินซินเย่ซัดชัย! นาโปลีเปิดรังเชือดลิเวอร์พูลหวิว นำฝูงกลุ่มศึกชปล.

นาที 19 “หงส์แดง” ต้องเปลี่ยนตัวเป็นคนแรก หลัง นาบี เกอีต้า มีอาการเจ็บจนเล่นต่อไปไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงมาเล่นแทน

โอกาสยิงหนแรกของทีมเยือนต้องรอถึง นาที 26 บอลจาก โรเบิร์ตสัน ไหลมาถึง จอร์จินโย่ ไวนัลดุม อัดด้วยขวาแต่บอลก็ไม่ตรงกรอบ

นาที 33 เจ้าถิ่นยังดาหน้าชวนทะเลาะต่อเนื่อง เกมขึ้นทางด้านซ้ายของ มาริโอ รุย ครอสเข้ากลางมาถึง อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค กลับตัวยิงด้วยซ้ายแต่บอลน้ำหนักเบายังไปติดเซฟของ อลีสซง ที่ปัดไว้ได้

นาที 38 นานๆทีจะเป็นโอกาสเข้าทำของ “หงส์แดง” คราวนี้ได้โอกาสส่องไกลจาก เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แต่บอลยังโด่งข้ามคานไปแบบหมดลุ้น

ท้ายเกม มิลเนอร์ มาเสียใบเหลืองไปอีกราย ถัดมาช่วงทดเจ็บ นาที 45+3 เจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ มิลิค พุ่งเข้าโขกในกรอบ 6 หลาแต่ดีที่บอลยังไปตรงตัว อลีสซง รับไว้ได้

จบครึ่งแรก นาโปลี ยังเสมอกับ ลิเวอร์พูล 0-0

ครึ่งหลัง นาโปลี ยังมาสไตล์เดิมเดินหน้าเล่นเกมรุกเต็มสูบ นาที 50 อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค ที่วันนี้มีโอกาสมากกว่าใคร ได้ตะบันยิงนอกกรอบอีกครั้งแต่บอลก็ไม่ผ่านมือ อลีสซง ที่พุ่งเซฟไว้หวุดหวิด

อินซินเย่ซัดชัย! นาโปลีเปิดรังเชือดลิเวอร์พูลหวิว นำฝูงกลุ่มศึกชปล.

มิลิค วันนี้โอกาสยิงมากกว่าใครแต่ยิงทิ้งยิงขว้างหมด

ถัดมาอีก สองนาที เป็นโอกาสยิงของ ฟาเบียน รุยซ์ บ้างหลังเติมมาหวดตูมเดียวแต่บอลพุ่งไปตรงตัว อลีสซง ที่รับไว้ไม่มีปัญหา

เกมรุกของ ”อัซซูร์ร่า” ยังคงโดดเด่นและทำได้ดีกว่า นาที 59 พลาดโอกาสชิงขึ้นนำอีกรอบ อินซินเย่ ได้บอลทางซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ มิลิค ที่วิ่งมายิงโล่งๆ ด้วยซ้ายแต่บอลหลุดนอกกรอบไปไกล

นาที 68 เป็นโอกาสยิงครั้งแรกของ โม ซาลาห์ ในเกมนี้หลังเก็บตกบอลหน้าหัวกระโหลกก่อนจะตั้งเท้ายิงด้วยซ้ายข้างถนัดบอลพุ่งถากเสาออกไปแบบได้เสียว

อินซินเย่ซัดชัย! นาโปลีเปิดรังเชือดลิเวอร์พูลหวิว นำฝูงกลุ่มศึกชปล.

นาที 75 นาโปลี เร่งเกมค่อนข้างหนัก คูลิบาลี่ ได้บอลโยนจากด้านซ้ายไปถึง กาเยฆ่อน ที่วิ่งมาหวดด้วยขวาแบบไม่จับบอลพุ่งตรงกรอบแต่ยังดีที่ โกเมซ แนวรับทีมเยือนปรี่เข้ามาสกัดบอลออกไปได้หวุดหวิด

นาที 82 นาโปลี พลาดโอกาสทองขึ้นนำอีกครั้ง หลังบอลครอสจากด้านข้างมาถึง ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาสอดมาแปบอลไปชนคานอย่างจัง

เกมทำท่าว่าจะจบด้วยการแบ่งแต้ม แต่ช่วงนาทีสุดท้าย แฟนของนาโปลีต้องเฮลั่นทั้งสนาม เมื่อ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ มาพังประตูสำคัญเมื่อพุ่งสไลด์ผ่านมือ อลีสซง ตุงตาข่ายให้ เจ้าถิ่นขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 1-0 สำเร็จ

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบการแข่งขัน นาโปลี เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปแบบหวุดหวิด 1-0 เก็บสามแต้มสำคัญ มีเพิ่มเป็น 4 คะแนน นำจ่าฝูงของกลุ่ม ส่วนลิเวอร์พูลพ่ายนัดแรกมี 3 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

 นาโปลี (4-3-3) : ดาวิด ออสปิน่า – นิโคล่า มักซิโมวิช, ราอูล อัลบิโอล, คาลิดู กูลิบาลี่, มาริโอ รุย – อัลลัน, มาเร็ค ฮัมซิค (กัปตันทีม) (ปีโอเตอร์ ซีลินสกี้ น.81), ฟาเบียน รุยซ์ (ซิโมเน่ เวอร์ดี้ น.68) – โฆเซ่ กาเยฆ่อน, อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค (ดรีส์ เมอร์เท่นส์ น.68), ลอเรนโซ่ อินซินเย่

เทรนเนอร์ : คาร์โล อันเชลอตติ

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – เจมส์ มิลเนอร์ (กัปตันทีม) (ฟาบินโญ่ น.76), จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, นาบี เกอีต้า (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.19) – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่ (แดเนียล สเตอร์ริดจ์ น.89)

เทรนเนอร์ : เจอร์เก้น คล็อปป์

ผู้ตัดสิน : วิคตอร์ คาสไซ (ฮังการี)

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร

 

(Visited 15 times, 1 visits today)

Facebook Comments

ที่เกี่ยวข้อง