‘ออดี้’ก้าวขึ้นปีที่2 เป้าหมาย..ต้องไปให้ถึง

"ออดี้เปิดตัวเมื่อเดือน มี.. ปี 2560 พร้อมกับเข้าร่วมงานมอเตอร์เอ็กซ์โปปลายปีเดียวกันปรากฏว่าขายรถได้ถึง184 คัน และยอดจองในงานบางกอกมอเตอร์โชว์เมื่อเดือน มี..ที่ผ่านมาได้เกิน 300 คัน ซึ่งครบรอบการดำเนินงาน 1 ปีพอดีเราพอใจที่ลูกค้าตอบรับ แต่ยังเจียมตัวเพราะยังเป็นเอสเอ็มอีสตาร์ทอัพที่เริ่มขายรถจากหลักร้อย แต่ปีนี้กล้าหาญมากขอตั้งเป้ายอดขายเอาไว้ 1,200 คัน”  นั่นเป็นคำบอกเล่าจาก กฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวดี้ ประเทศไทย บอกว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมามีลูกค้ามากขึ้นได้เห็นจำนวนรถออดี้บนท้องถนน ทำให้เริ่มสบายใจแต่อยากให้มีมากกว่านี้ โดยส่วนตัวออดี้เป็นรถที่ดี และได้ทำการทดสอบก่อนสั่งนำเข้ามาขายแทบทุกรุ่น ทั้งคัดเลือกรถที่คิดว่าดีและเหมาะกับตลาดเมืองไทย แต่ท้ายที่สุดลูกค้าเป็นผู้ตัดสินใจ จะเห็นได้ว่าปีแรกบริษัทเปิดตัวรถทั้งหมด 18 รุ่น ขายได้ทั้งหมดส่วนที่ขายดีมากมีอยู่ 4-5 รุ่น นั่นแสดงว่าลูกค้าเลือกมาแล้ว …จากลูกค้ากลุ่มแรกเป็นแฟนพันธ์ุแท้ออดี้ หลังจากนั้นกระจายไปกลุ่มที่ต้องการรถทางเลือกที่แตกต่างไปจากเดิม สิ่งสำคัญที่สุดของผู้มาใหม่ก็คือสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง ลูกค้าเชื่อมั่น ทั้งตัวสินค้า อะไหล่ และบริการหลังการขาย

กฤษณะกรกล่าวว่าออดี้ก้าวขึ้นสู่ปีที่ 2 โดยคงเน้น 3 กลยุทธ์หลัก คือการทำตลาดเชิงรุกอาศัยสินค้าเป็นตัวนำ จากปีแรกที่มีรถ 18 รุ่น มาปีนี้ออดี้ เอจี มีแผนเปิดตัวรถใหม่มากกว่า 22 รุ่น ทำให้เรามีรถใหม่ให้ลูกค้าเลือกมากเช่นเดียวกับบริษัทแม่ที่รุกตลาดรถลักซ์ชัวรีมากขึ้น คาดว่าจะนำเข้ามาไม่น้อยกว่า 10 รุ่น โดยทยอยเปิดตัวตั้งแต่ต้นปีจากเอ8 แอล, เอ7 สปอร์ตแบ็ค และว่าภายในปลายปีนี้จะมี เอ6 ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่น่าสนใจเข้ามาขายด้วย นอกจากนี้ออดี้ เอจียังสนับสนุนทุกอย่างทำให้เราสามารถกำหนดราคาขายที่เหมาะสม โดยลูกค้าเป็นเจ้าของรถออดี้ได้อย่างสบายใจ ส่วนรถไฟฟ้านั้นออดี้โดดเด่นทางด้านเทคโนโลยีอยู่แล้ว หากทุกอย่างพร้อมบริษัทก็พร้อมนำเข้ามาขายได้ทันที ซึ่งตอนนี้กำลังศึกษาตลาดและวางแผนบริการหลังการขาย คาดว่าในปี 2562 จะนำเข้ามาแสดงและเปิดจำหน่ายได้
“เป้าหมายต้องการให้ลูกค้ามีโอกาสสัมผัสรถออดี้เยอะที่สุด โดยเน้นการทดสอบสร้างประสบการณ์เพราะในปีที่ผ่านมาพบว่าพฤติกรรมของลูกค้าเมื่อลองขับแล้วกลับไปคิดก่อนกลับมาจองรถ ซึ่งช่วยตอกย้ำว่าการทดลองขับสร้างความประทับใจ หลังจากนั้นเกิดการบอกต่อส่งผลดีต่อยอดขายเพิ่มขึ้นและยั่งยืน”

กลยุทธ์ต่อมาจำเป็นมากก็คือบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญเพราะพนักงานขายรถคันแรก แต่บริการหลังการขายต่างหากที่ทำให้ขายรถคันต่อ ๆ ไปหรือกลับมาซื้อซ้ำ การการันตี 5 ปีเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคไม่ว่ารถลูกค้าไปเสียที่ใดก็มีรถบริการให้ ส่วนค่าแรง ค่าอะไหล่ไม่แพงอย่างที่คิด เนื่องจากออดี้มีฮับสต๊อกอะไหล่คอยซัพพอร์ตอยู่ที่สิงคโปร์ ทำให้การบริการรวดเร็วไม่เกิน 3-7 วัน หรืออะไหล่หายากต้องสั่งนำเข้าจากเยอรมนีบริษัทต้องคิดค่าขนส่ง ซึ่งลูกค้าเป็นคนตัดสินใจเลือก แต่ทุกอย่างต้องโปร่งใสทุกขั้นตอน เราเป็นผู้มาใหม่สิ่งที่สร้างฐานให้แข็งแรงนั้นผู้บริหารย้ำว่า “ไม่ได้ทำเล่น ๆ แต่เราตั้งใจทำจริงและอยู่นาน” โดยปีนี้ยังลงทุนเพิ่มอีก 50-60 ล้านบาท สร้างแวร์เฮาส์เพื่อสต๊อกอะไหล่ มีระบบจัดส่งอะไหล่ป้อนให้ดีลเลอร์ทั่วประเทศรวดเร็ว

สุดท้ายการเร่งขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครบ 6 แห่งคือที่ถนนเพชรบุรี, สำนักงานใหญ่ (เลียบด่วนรามอินทรา), พัทยา เปิดกลางเดือน พ.ค., เชียงใหม่ เปิดไตรมาส 3, ภูเก็ต เปิดไตรมาส 4 และภาคอีสานกำลังพิจารณาคาดเปิดไตรมาส 4 ทั้งนี้เพื่อสร้างเครือข่ายบริการให้กระจายครอบคลุมกับจำนวนรถออดี้ที่กำลังเติบโต แต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ดีลเลอร์อยู่ได้อย่างแข็งแรง สำหรับสำนักงานใหญ่ หรือออดี้ไลฟ์เฮาส์ที่ลงทุนไปกว่า 1,000 ล้านบาทเตรียมเปิดทางการในเดือน ก.ค. ปีนี้ นับว่าใหญ่อันดับ 2 ในเอเชียรองจากจีน และปลายปีหน้าจะมีโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มเป็น 10 แห่ง จากความตั้งใจทำงานอย่างหนักตลอด 1 ปีที่ผ่านมา และการก้าวขึ้นสู่ปีที่ 2 ออดี้ยังต้องการพัฒนาสินค้าบริการให้ดีขึ้นไปอีก โดยเฉพาะต้องการให้แบรนด์ออดี้เป็นทางเลือกหนึ่งที่อยู่ในใจของลูกค้าเสมอ โดยเฉพาะเมื่อคิดจะซื้อรถลักซ์ชัวรีสักคัน อย่างน้อยให้ลูกค้าได้มีโอกาสทดลองขับรถก่อนตัดสินใจ เพราะลูกค้าเป็นศูนย์กลางคนสำคัญ.
 

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th

(Visited 2 times, 1 visits today)

ที่เกี่ยวข้อง

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น