หนูเล็กเด็กจอมโหด AUDI TTS COUPE QUATTRO

Audi TTS คันต้นแบบเผยโฉมเป็นครั้งแรกในงานเจนีวามอเตอร์โชว์ เมื่อเดือนมีนาคมปี 2014 เมื่อมองจากองค์ประกอบของตัวรถ จุดเด่นของ TTS ก็คือระบบขับเคลื่อน เครื่องยนต์บล็อกเล็ก 2.0 ลิตร เทอร์โบ TFSI และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro กำลังของรถคันต้นแบบจูนได้ถึง 414 แรงม้า แต่คันผลิตจริงที่ผมกำลังขับทดสอบมีแค่ 286 แรงม้า Audi TTS จึงคั่นอยู่ตรงกลางระหว่าง Mercedes C43 AMG ราคา 4.1 ล้านบาท และ BMW M2 ราคา 5.9 ล้านบาท ซึ่งเป็นรถสปอร์ต 2 ประตูไซส์เล็กของคู่แข่งร่วมสัญชาติเยอรมัน Wolfgang Egger ดีไซน์ตัวถังของ TT เจเนอเรชั่นที่ 3 พร้อมการแสดงออกให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้านเส้นสายของตัวรถ แต่ยังคงรักษากลิ่นไอของรถสปอร์ตหลังคาทรงโค้ง จุดที่แตกต่างของเส้นบนตัวถังก็คือ แนวโค้งของเสาท้ายที่กลมกลืนกับผืนหลังคาไล่ไปจนถึงเสาหน้า

TTS มีสปอยเลอร์หลังไฟฟ้าที่สามารถยกตัวขึ้นแบบอัตโนมัติเพื่อสร้างแรงกดส่วนท้ายเพื่อเพิ่มการยึดเกาะขณะทำความเร็ว กระจังหน้าทรงเหลี่ยม ซึ่งเป็นสไตล์ของ Audi มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 ไฟหน้าเฉียบคมทำให้รูปลักษณ์ด้านหน้าของ TT เจเนอเรชั่นที่ 3 ดูเอาจริงเอาจังมากยิ่งขึ้น ช่องรับอากาศสำหรับระบายความร้อนให้กับจานเบรกหน้าบริเวณชายล่างของสปอยเลอร์ทั้งสองฝั่งมีขนาดใหญ่ ไฟหน้า Matrix เรียวบางพร้อมไฟหรี่ LED Dattime Running Lights เป็นไฟหน้าที่มีกำลังในการส่องสว่างเมื่อขับในเวลากลางคืนดีขึ้นแต่ไฟเลี้ยว LED ไม่แรงจ้าเท่า BMW และ Mercedes Benz ทุกส่วนของ TTS แสดงออกถึงสมรรถนะในการทำความเร็ว ฝาท้ายออกแบบให้เปิดออกได้ในมุมสูง เพื่อขนสัมภาระแต่ยังคงใช้การเปิด-ปิดด้วยมือไม่ใช่ไฟฟ้า ไฟท้าย LED สอดประสานไปกับส่วนโค้งของบั้นท้าย ชายล่างของสปอยเลอร์หลังติดตั้งครีบรีดอากาศพร้อมท่อระบายไอเสียมุมละสองท่อสไตล์ลูกซองแฝด 

โครงสร้าง ASF (Audi Space Frame) มีการเชื่อมต่อผสานอะลูมิเนียมยึดเข้ากับเหล็กกล้า สำหรับโครงสร้างของ New TT นั้น มีการเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับน้ำหนักให้ไปอยู่เหนือเพลามากขึ้น ฟอร์แพลน ใช้แผ่นเหล็กกล้าขึ้นรูปหนัก 17% แชสซีส์โลหะผสมทั้งเหล็กกล้าในจุดที่ต้องรับแรงและอะลูมินั่มอัลลอยในจุดที่ต้องการลดน้ำหนัก Audi TT จัดวางตัวถังด้วยความหลากหลายของโลหะ เช่น extruded aluminum ที่เสาหน้าและคานหน้า cast aluminum บริเวณใต้เสาหน้า sheet aluminum ใช้ทำฝากระโปรงหน้า-ฝาท้าย บานประตู และผืนหลังคา ultra-high-strength steel บริเวณอุโมงค์เกียร์และคานหลัง ส่วนโลหะเหล็กกล้า cold-formed steel ใช้ทำแชสซีส์ ทำให้น้ำหนักตัวของมันเบากว่ารุ่นที่แล้วประมาณ 50 กิโลกรัม

มิติตัวถังของหนูเล็กเด็กป้อมคันนี้มีความยาว 4,183 มิลลิเมตร กว้าง 1,831 มิลลิเมตร สูง 1,351 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,505 มิลลิเมตร ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า 1,572 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หลัง 1,552 มิลลิเมตร น้ำหนักรถ 1,445 กิโลกรัม TTS ยัดล้ออัลลอยขอบ 19 นิ้วจาก Audi Sport แผนกของแต่งที่สร้างความโหดให้กับรถ Audi ในปัจจุบัน เป็นล้อลาย 5 ก้านคู่สีเทาอมสีเงินที่ล้างทำความสะอาดได้ง่าย ยางติดรถคันทดสอบเป็นยางเกาหลียี่ห้อ Hankook Ventus V2 ขนาด 245/35 R19 พร้อมยางอะไหล่ มองดูยี่ห้อของยางติดรถมาจากโรงงานแล้วก็เกิดอาการหวั่นๆเสียวสันหลังอยู่เหมือนกันว่าจะเอาอยู่หรือเปล่า!

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ 6 สปีดที่ Audi เรียกเกียร์ลูกนี้ว่า S-Tronic จากประสิทธิภาพของระบบส่งกำลังทำให้เจ้า TT ที่ต่อท้ายด้วยอักษร S มีอัตราเร่งจาก 0-100 ที่ดุเดือดเอาเรื่อง และค่อนข้างจะขัดแย้งกับความจุของเครื่องยนต์ตัวเล็ก เกียร์คลัตช์คู่ หรือ Dual-clutch transmission ช่วยขับเคลื่อน TTS ได้อย่างรวดเร็ว ตัวเลขอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.7 วินาที แรงพอฟัดพอเหวี่ยงกับ BMW M2 ทั้งๆ ที่มีกระบอกสูบน้อยกว่า 2 ตำแหน่ง และมีแรงม้าน้อยกว่า M2 เกือบๆ 100 แรงม้า รวมถึงตัวเลขของแรงบิด 380 นิวตันเมตรก็ยังเป็นรอง M2 ที่มีแรงบิด 500 นิวตันเมตร ความสามารถในการจับม้าลงพื้นเกิดจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro ด้วยการเฉลี่ยแรงบิดลงไปยังล้อขับเคลื่อนทั้ง 4 ทำให้การเร่งความเร็วจากจุดหยุดนิ่งมีประสิทธิภาพดีเท่ากับรถคู่แข่งที่มีความจุของเครื่องยนต์มากกว่า!  

ห้องโดยสารของ TTS แตกต่างจาก BMW M2 และ Mercedes C43 AMG มันไม่เพียงแค่โดดเด่นและน่าสนใจ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในเรื่องของรายละเอียดกับวัสดุที่ใช้ตกแต่ง เบาะหน้าแบบสปอร์ตให้ความรู้สึกที่ดี ไม่ว่าจะนั่งในตำแหน่งคนขับ หรือตำแหน่งของผู้โดยสารตอนหน้า เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าและมีการตัดเย็บอย่างประณีตบรรจงด้วยการเดินตะเข็บด้ายสีขาว การออกแบบตัวเบาะที่ดีสัมผัสได้ถึงความสบายตามหลังสรีระศาสตร์ เมื่อนั่งอยู่หลังพวงมาลัย เบาะคนขับค่อนข้างเตี้ย สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นรถสปอร์ตได้ดี และเมื่อเอื้อมมือไปจับพวงมาลัยก็จะรู้สึกได้ถึงมัดกล้ามที่บึกบึนราวกับนักกรีฑาโอลิมปิกของเยอรมนี ความเร้าใจและความปราดเปรียวของ TTS ยังปรากฏอยู่ทั่วห้องโดยสาร เฉพาะงานออกแบบคอนโซลกลางกับแดชบอร์ดก็ล้ำหน้าไปไกล แม้จะคลอดออกมาก่อน BMW M2 และ Mercedes C43 AMG ถึง 3 ปี แต่ความทันสมัยของอุปกรณ์ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ารถคู่แข่งทั้งสองคัน 

เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตของ Audi TTS ใช้พนักพิงศีรษะแบบรวม (integrated head restraints) และอยู่ในตำแหน่งค่อนต่ำลงกว่ารถรุ่นก่อน น้ำหนักของเบาะเบาลงมากกว่าของรถ TTS รุ่นก่อนถึง 5 กิโลกรัม พวงมาลัยพร้อมสวิตช์ควบคุมแบบใหม่ที่มาพร้อมระบบปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ เดินเส้นขอบตัดและหุ้มหนังแบบสปอร์ต 3 ก้าน มีการใช้งานโลหะพวกอะลูมิเนียมมาประดับประดาเพื่อยกระดับของความหรูหราน่าใช้งาน แม้ว่ารถ Audi TTS จะมีเบาะนั่งแบบ 2+2 ที่นั่งซึ่งเหมาะสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน และมีช่องเก็บสัมภาระด้านหลังที่กว้างถึง 305 ลิตร มากกว่ารุ่นก่อนถึง 13 ลิตร แต่เบาะหลังมีพื้นที่คับแคบไม่เหมาะกับการนั่งเดินทางไกล จากความแคบของพื้นที่วางเท้าหากคนขับและคนนั่งหน้ามีรูปร่างสูงใหญ่ ซึ่งต้องเลื่อนเบาะหน้าถอยหลังมาอีกไกลรับรองว่าเบาะหลังแทบจะนั่งกันไม่ได้เลยทีเดียว สำหรับพื้นที่เก็บสัมภาระสามารถเพิ่มพื้นที่ได้หากพับเบาะนั่งด้านหลังราบลงกับพื้น เบาะผู้โดยสารตอนหลังที่เล็กและคับแคบ เหมาะกับเด็กเล็กมากกว่าผู้ใหญ่ หรือเอาไว้วางของจะดีกว่านั่งโดยสารกันไกลๆ

แดชบอร์ดขึ้นรูปด้วยโฟมสังเคราะห์เพื่อซับเสียงแปลกปลอมจากภายนอก ซึ่งรวมไปถึงการลดแรงสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์ งานประกอบภายในที่ดี ถึงแม้ช่วงล่างจะแข็งแต่ไม่มีเสียงเสียดสีกันของชิ้นส่วนพวกของตกแต่งดังออกมาให้เสียอารมณ์เมื่อวิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบ ปุ่มปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารออกแบบได้ล้ำอนาคตเอามากๆ เป็นการผสมผสานอย่างชาญฉลาดของช่องแอร์ ติดตั้งอยู่ด้านบนของแดชบอร์ด คล้ายเครื่องยนต์เจ็ตของอากาศยาน ช่องแอร์ทรงกลมมีปุ่มปรับความเร็วของพัดลมแอร์อยู่ที่ช่องด้านซ้ายสุด ช่องแอร์ตรงกลางคอนโซลเป็นปุ่มปรับอุณหภูมิภายในของห้องโดยสาร ส่วนช่องแอร์ขวามือสุดเป็นที่อยู่ของปุ่มปรับทิศทางของระบบแอร์ ใต้ช่องแอร์ทรงแนวเป็นที่อยู่ของปุ่มปรับโหมด Audi drive select สวิตช์ตัดการทำงานของระบบ Audi Auto start/stop ปุ่มปิดระบบแทรคชั่นคอนโทรล ปุ่มไฟฉุกเฉิน และปุ่มยกหรือพับเก็บสปอยเลอร์หลังแบบไฟฟ้า

พวงมาลัยทรงสามก้านฐานตัดแบบรถแข่งหุ้มด้วยหนังแท้พร้อมกริ้บที่ออกแบบให้เข้ากับร่องนิ้ว ทำให้ยึดจับพวงมาลัยได้อย่างถนัดไม้ถนัดมือดีมาก วงพวงมาลัยของ TTS ไม่ใหญ่หรือเล็ก โดยมีขนาดที่พอดิบพอดีเข้ากับรูปแบบป้อมๆ อ้วนๆ ของตัวรถ ก้านวงด้านซ้ายและขวาของพวงมาลัยติดตั้งสวิตช์ปรับตั้งต่างๆ หลังวงพวงมาลัย 3 ก้านยังมีแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift แต่มีขนาดเล็กไปนิดไม่ค่อยเหมาะสมกับความเป็นรถแรงในรุ่น S แป้นเปลี่ยนเกียร์หลังวงพวงมาลัย Paddle Shift แม้จะมีขนาดที่เล็กแต่ก็ให้สัมผัสในการใช้งานที่มีความแน่นอนแม่นยำ รวมถึงยังมีระยะของการกดกระชับมากขึ้น

แบรนด์ Audi ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมนี คือ ค่ายรถเจ้าแรกที่นำเทคโนโลยี Virtual Cockpit มาใช้งานในรถสปอร์ตรุ่น TT ช่วยให้ห้องโดยสารยุคใหม่มีปุ่มควบคุมที่ลดลงช่วยลดภารกรรมของคนขับในการปรับตั้งค่าต่างๆ ระบบรับคำสั่งแบบ Voice Command รับคำสั่งด้วยเสียงแบบง่ายๆ Virtual Cockpit จาก Audi พัฒนาโดย Andre Ebner โดยย่อหน่วยความจำในส่วนของสมองกลไฟฟ้าที่ใช้ควบคุมให้เล็กลงเพื่อใช้งานในรถยนต์รุ่นใหม่ การออกแบบภายในและจัดวางอุปกรณ์ที่เน้นความเท่ เคร่งขรึมด้วยโทนสีเทาดำตัดกับวัสดุอัลลอยสีเงิน คอนโซลแดชบอร์ดเดินเส้นสายโปร่งเบาพลิ้วไหว ช่วยสื่อความเป็นรถสปอร์ตของ New TT ได้เป็นอย่างดี

จอแสดงภาพมัลติมีเดีย อินเตอร์เฟส (MMI Screen) เป็นจอภาพเดี่ยวที่ให้ความคมชัดสูงแม้จะขับท่ามกลางแสงแดดจัดจ้า งานออกแบบที่ล้ำสมัยผสมผสานกันจนออกมาเป็นจอแสดงผลดิจิตอล ผลการตั้งค่าต่างๆ จะแสดงบนจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้วหน้าปัดมาตรวัดแบบ Virtual Cockpit ของ New TT ถูกควบรวมอยู่ในจอภาพเดียวเพื่อลดภารกรรมในการมองของคนขับ มีลักษณะเหมือนกับแผงมาตรวัดในรถต้นแบบ หรือรถอนาคต เพื่อสร้างบรรยากาศที่มีความทันสมัยน่าใช้งาน เป็นการผสมผสานหน้าปัดมาตรวัดที่แสดงผลความเร็ว รอบเครื่องยนต์ อุณหภูมิน้ำในหม้อน้ำ ผนวกรวมเข้าไว้กับระบบ Infotainment เช่น ระบบนำทางด้วยดาวเทียม ระบบให้ความบันเทิงเริงรมย์หรือมัลติมีเดีย โดยทำการแสดงผลผ่านหน้าจอ TFT ขนาด 12.3 นิ้วที่อยู่ตรงหน้าผู้ขับ

เข็มความเร็วและวัดรอบจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นแบบการแสดงภาพที่คมชัดมาก จอระบบนำทางเล็กๆ อยู่ตรงกลางหรือหากไม่ชอบก็สามารถเลื่อนเปลี่ยนได้ ผู้ขับขี่สามารถปรับขนาดของมาตรวัดในจอภาพให้เป็นไปตามที่ต้องการ หรือแสดงผลจอภาพทั้งหมดด้วยระบบนำทางและกำหนดพิกัดผ่านดาวเทียม จอภาพทันสมัยขนาด 12.3 นิ้ว ในหน้าปัดมาตรวัดแบบใหม่ของ TT ยังมีลูกเล่นอื่นๆ อีกเพียบ การใช้งานท่ามกลางเทคโนโลยีที่แปรเปลี่ยน ทำให้ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ต้องคิดค้นหาวิธีผูกมัดใจคนซื้อให้อยู่หมัดด้วยของเล่นแปลกๆ ที่ทันสมัย มาตรวัดแบบ TFT หรือ thin film transistor ถูกใช้งานอย่างกว้างขวางในรถระดับสูง เช่น Lamborghini / Mercedes Benz / BMW / Ferrari รวมถึง Honda และ Volvo ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็พยายามสร้างสรรค์งานศิลปะที่น่าใช้งาน โดยนำมาประดับประดาในรถรุ่นใหม่ด้วยการทำงานราวกับนักมายากล Virtual Cockpit ของ New TT ยังสามารถแสดงค่าต่างๆ ของตัวรถ รวมถึงการโชว์ระบบ Infotainment ด้วยความคมชัดสูงสุด หน้าปัดและแดชบอร์ดต่างๆ ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความรู้สึกถึงการควบคุมจักรกลพลังสูงอย่างแท้จริง

ฟังก์ชั่นอื่นๆ ใน Virtual Cockpit ของ New TTS ประกอบด้วยการกดคำสั่งสั่งงานผ่านปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้ปุ่มควบคุมถูกย้ายมาอยู่ในตำแหน่งที่ช่วยทำให้การควบคุมขับขี่รถในปัจจุบันมีความปลอดภัย นอกจากปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยแล้ว New TTS ยังใช้แป้นระบบสัมผัสที่กลายเป็นของจำเป็นในรถอย่าง iDRIVE ใน BMW M2 และ comand control ใน Mercedes  C43 AMG แป้นควบคุม MMI ใน Audi TTS วางอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับคันเกียร์เพื่อความสะดวกสบายของคนขับ สวิตช์ควบคุมแบบหมุนคล้าย iDRIVE ของ BMW ทั้งการเข้าสู่เมนูต่างๆ ด้วยความรวดเร็ว หรือใช้ในการหมุนตามเข็มนาฬิกาเพื่อขยายจอภาพที่กำลังแสดงผลของระบบนำทาง วิศวกรของ Audi ออกแบบสวิตช์ควบคุมให้หมุนใช้งานได้ง่าย ลดฟังก์ชั่นที่ไม่จำเป็นให้น้อยลง ผู้ขับสามารถกดเลือกหรือสั่งคำสั่งด้วยความรวดเร็วมากกว่าสวิตช์ควบคุมของ TTS รุ่นที่แล้ว ดีไซน์ของ Virtual Cockpit ใน TTS เจเนอเรชั่นที่ 3 เป็นงานออกแบบที่ชาญฉลาด ช่วยลดปัญหาในเรื่องความสับสนของปุ่มและสวิตช์ต่างๆ การนำเอาคุณลักษณะของ Cockpit อากาศยานมาปรับใช้บริเวณกึ่งกลางแดชบอร์ดที่ทำให้มองคล้ายกับปีกของเครื่องบิน พวงมาลัยมีการออกแบบที่สอดคล้องไปกับหน้าปัดมาตรวัด ช่วยทำให้ทัศนวิสัยโปร่งโล่ง วิศวกรของ Audi พัฒนาถุงลมนิรภัยให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม 40% ทำให้แป้นทรงกลมตรงกลางวงพวงมาลัยที่ใช้บรรจุถุงแอร์แบ็กมีขนาดเล็กและสมส่วนมากยิ่งขึ้น 

เครื่องยนต์
Audi TTS Quattro มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร TFSI กำลัง 286 แรงม้าที่ 5,300-6,200 รอบต่อนาที เป็นเครื่องยนต์อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จที่มีรอบจัดจ้านเอาเรื่อง ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงยิงตรงไดเรค อินเจคชั่น พร้อมระบบวาล์วแปรผัน AVS (AUDI Valve lift System) ปรับองศาของวาล์วไอเสีย เครื่องยนต์อัดอากาศด้วยเทอร์โบ ให้แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ที่ 1,600-4,300 รอบต่อนาที ระบบขับเคลื่อน ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ S-Tronic 6 สปีด พร้อมกลไกคลัตช์คู่ ระบบเกียร์แบบคลัตช์คู่หรือใช้คลัตช์ 2 ชุดช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ออโต้ 6 สปีดมีความว่องไวและไหลลื่น สามารถปรับโหมดการควบคุมจากระบบออโต้ไปเป็นแบบเกียร์ธรรมดาได้ด้วยการผลักคันเกียร์ไปทางซ้ายแล้วชิฟเกียร์ด้วยตำแหน่ง +/- หรือชิฟผ่านแป้น Paddle Shift ที่หลังวงพวงมาลัย สมรรถนะของเครื่องยนต์ 2 ลิตรเทอร์โบกับเกียร์ 6 สปีดและระบบขับเคลื่อนทุกล้อทำให้ Audi TTS Quattro มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.7 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระบบขับเคลื่อน Quattro
ประสิทธิภาพที่โดดเด่นกว่ารถคู่แข่งในด้านระบบขับเคลื่อนก็คือ กลไกการขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของ Audi TTS ช่วยเสริมเสถียรภาพและกระจายแรงบิดให้มีความสมดุลสูงสุดเพื่อการยึดเกาะที่ดี ระบบขับเคลื่อนทุกล้อจาก Audi ฝากผลงานไว้มากมายในวงการมอเตอร์สปอร์ต โดยได้รับการพัฒนาให้ก้าวล้ำมากยิ่งขึ้น การปรับปรุงชุดขับ 4 ล้ออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระบบคลัตช์แบบหลายแผ่นที่ควบคุมด้วยไฮดรอลิกไฟฟ้า ติดตั้งบนเพลาท้าย ช่วยลดน้ำหนักลงราว 1.5 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน นอกจากนี้ การกระจายแรงบิดระหว่างเพลาล้อคู่หน้าและคู่หลังนั้นก็ถูกควบคุมโดยระบบไฟฟ้าที่รวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที อัจฉริยภาพของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro คือซอฟต์แวร์ที่เข้ามาจัดการกระจายแรงบิดระหว่างล้อคู่หน้าและคู่หลังอย่างแม่นยำและเหมาะสม

เซนเซอร์ของสมองกลไฟฟ้าที่ใช้ในการควบคุมการทำงาน จะทำหน้าที่ตรวจสอบถึงสภาพแวดล้อม สถานะของรถขณะขับขี่ ความต้องการของผู้ขับผ่านการเชื่อมโยงกับโหมดของการขับเคลื่อน ซึ่งระบบควบคุมจะมีการคำนวณเพื่อการกระจายแรงบิดที่ดี การตอบสนองที่มีความรวดเร็ว ทำให้ผู้ขับสามารถแก้ไขควบคุมได้ในทุกสถานการณ์ เมื่อเชื่อมต่อระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro เข้ากับระบบควบคุมการขับขี่ Audi Drive Select จะทำให้ผู้ขี่สามารถปรับคุณสมบัติของการขับเคลื่อนแบบสี่ล้อตลอดเวลาให้เข้ากับความต้องการตามโหมดต่างๆ คือ “auto” รถจะกระจายแรงขับในระดับที่สมดุลลงตัว โหมด “dynamic” จะกระจายแรงบิดไปที่ล้อคู่หลังก่อนและในปริมาณมากกว่า โหมด “efficiency” การกระจายแรงบิดจะถูกปรับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอัตราสิ้นเปลืองขึ้นไปอีกระดับด้วยการเทแรงบิดลงไปที่ล้อหน้ามากเป็นพิเศษ

ระบบกันสะเทือน
ระบบรองรับน้ำหนักของ Audi TTS สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมยานยนต์ของเยอรมัน ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ MacPherson โครงสร้างชิ้นส่วนของจุดยึดโยงต่างๆ ทำจากอะลูมิเนียม เข้ามาช่วยลดน้ำหนักใต้สปริง (Unsprung Weight) ทั้งนี้ ระบบกันสะเทือนหลังของ TT ยังเป็นแบบ 4-Link รองรับแรงกดแนวนอน (longitudinal force) และแรงบิดแนวขวาง (transverse force) อย่างเป็นอิสระแยกจากกัน สำหรับชุดบังคับเลี้ยวหรือแรคพวงมาลัย ใช้แบบแรคแอนพีเนียนพร้อมพาวเวอร์ไฟฟ้า ผนวกระบบแปรผันน้ำหนักพวงมาลัย Progressive steering แบบมาตรฐานที่ช่วยเพิ่มการตอบสนองตามสภาพการขับขี่ ตัวแรคพวงมาลัยถูกออกแบบมาเพื่อการตอบสนองโดยตรงต่อระยะของการหมุน ทำให้การควบคุมเกิดความเฉียบคมแม่นยำ

Audi Drive Select
โหมดควบคุมการขับขี่ที่ผู้ขับสามารถเลือกได้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Audi Drive Select จะควบคุมลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์โดยจะมีรูปแบบการขับขี่ให้เลือกระหว่างโหมด comfort, auto, dynamic, efficiency หรือ individual นอกจากนี้ โหมดขับเคลื่อนยังมีอิทธิพลต่อโมดูลต่างๆ ได้แก่ เครื่องยนต์ ระบบเกียร์ S tronic, ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ทั้งนี้ ในโหมด efficiency นั้น ระบบ Audi Drive Select ก็จะควบคุมไปถึงระบบปรับอากาศและระบบ Auto Start-Stop เพื่อดับเครื่องยนต์ขณะจอดหยุดนิ่งอยู่กับที่เพื่อลดการสิ้นเปลืองน้ำมันและลดการปล่อยไอเสีย (Start-Stop System) 

ระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัว ESC (Electronic Stabilisation Control) สามารถปิดการทำงานบางส่วนหรือปิดยกเลิกการทำงานทั้งหมดได้ ช่วยเสริมการควบคุมรถในสไตล์สปอร์ตแบบสุดขั้ว เมื่อขับเข้าโค้งพร้อมกับเปิดระบบควบคุมการทรงตัว ระบบควบคุมเสถียรภาพจะจัดการกับแรงบิดขณะเข้าโค้ง โดยถูกใช้งานในการผกผันแรงบิดให้สามารถกระจายจากล้อหน้าด้านโค้งในไปสู่ล้อหน้าด้านนอกโค้ง เพื่อการยึดเกาะที่สมดุล ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ยังเฉลี่ยแรงบิดไปที่ล้อคู่หลัง ทำให้รถสามารถขับเข้าโค้งในลักษณะต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงยังทำหน้าที่ควบคุมรถแบบไถลปัดท้าย (Drifting) อีกด้วย

ไม่มีกล้องมองหลัง!
Audi TTS ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานมาให้ครบ เช่นระบบวิทยุ MMI ของ Audi และเบรกมือไฟฟ้า (Electromechnical Parking Brake) พร้อมระบบปลดเบรกมือแบบอัตโนมัติ กุญแจรีโมต, ระบบช่วยปรับไฟสูง (high-beam assist), ระบบข้อมูล-ความบันเทิง USB / AUX การใช้งานสื่อสารไร้สายบลูทูธอินเตอร์เฟส (Bluetooth Interface) และระบบสั่งงานด้วยเสียง วิทยุเครื่องเล่น CD เล่นไฟล์ MP, AAC และ WMA พร้อมช่องจอแสดงผล Audi virtual cockpit แต่ไม่มีกล้องมองหลังที่ทำงานร่วมกับเกียร์ถอยมาให้! หากอยากได้กล้องมองหลังคงต้องสั่งติดตั้งเป็นออฟชั่นเสริม (เสียเงินเพิ่ม) ชุดเครื่องเสียงระดับเทพ ประกอบด้วยเครื่องขยายเสียง 155 วัตต์ และลำโพง 9 ตัว ระบบช่วยเหลือต่างๆ จะช่วยให้การขับ TT มีความสะดวกสบาย เพื่อสร้างความรู้สึกถึงการควบคุมจักรกลรูปแบบสปอร์ต เป็นอีกก้าวหนึ่งของวงการยนตรกรรมจาก Audi 

การขับ Audi TTS ในดินแดนรกร้างห่างไกลและสวยงามเป็นสิ่งที่สร้างความสุขให้กับคนชอบรถสปอร์ต TTS มีทุกอย่างที่เหมาะสมกับการทำความเร็ว ไม่ว่าคุณจะคาอยู่ในโหมดไหนก็สามารถเรียกแรงบิดออกมาใช้ได้อย่างง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ TTS มีรอบสูงสุดอยู่ที่ 7,200 รอบต่อนาที นับว่าสูงสำหรับเครื่องยนต์ที่ติดตั้งระบบอัดอากาศ รอบเครื่องตวัดขึ้นอย่างเร็วตามองศาของฝ่าเท้าที่กดลงไปบนแป้นคันเร่ง แรงบิด 380 นิวตันเมตร โผล่ออกมาพร้อมแรงดึงที่น่าตื่นตาตื่นใจในย่าน 2,400 รอบต่อนาทีไปสุดที่ 6,300 รอบต่อนาที การปรับเครื่องยนต์ของมันให้กลายเป็นรถบ้ารอบทำให้ขับได้สนุกมากยิ่งขึ้น

เมื่อเข็มวัดรอบในมาตรวัดแบบ TFT กวาดไปถึง 7,000 รอบ เมื่อลากจนสุดแล้วเกียร์เปลี่ยน คุณจะได้ยินเสียงระเบิดที่ปลายท่อท้ายดังปุ เสียงประทุดังกล่าวสร้างความเร้าใจได้ไม่น้อยโดยเฉพาะขาแรงที่ชอบขับเร็ว อัตราเร่ง 0-100 ที่เคลมมาแค่ 4.7 วินาที สูสีกับ M2 แบบกินกันไม่ลง แต่ความโหดดิบเมื่อวัดกันปอนด์ต่อปอนด์นั้น M2 ให้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับการขับรถแข่งมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นช่วงล่างที่แข็งโป๊ก แรงกระชากลากถูของเครื่องยนต์ 6 สูบเทอร์โบคู่ แต่ Audi TTS กับเครื่องสองลิตรไซล์เล็กก็ไช่ว่าจะไม่แรง มันจะจัดให้คุณอย่างเต็มที่เมื่อคันเร่งถูกจมลงไปจนมิดและเทอร์โบเริ่มบูสต์ติด ขับสบายจากการเซ็ตช่วงล่างที่ให้ความรู้สึกถึงความยืดหยุ่นผสมแรงยึดเกาะอยู่ตลอดเวลา แม้แรงดึงหรือแรงบิดจะไม่โหดและสัมผัสได้ถึงความรุนแรงเหมือนกับ BMW M2 แต่การเข้าโค้งมุมแคบที่ยอดเยี่ยมของ TTS ทำให้ในจุดนี้ เจ้าสี่ห่วงแซงขึ้นหน้าทั้ง BMW M2 ขับหลังหรือแม้แต่ C43 AMG ที่มีระบบ 4MATIC เป็นรถเล็กที่คู่ต่อสู้จะประมาทไม่ได้เลยจริงๆ โดยเฉพาะตอนอัดเข้าโค้ง

ผมทดสอบ TTS บนถนนของสุพรรณบุรีตัดข้ามไปยังจังหวัดกาญจนบุรี เป็นเส้นทางที่มีรถน้อยออกแนวร้างๆ เงียบๆ เป็นทางหลวงชนบทแบบสองเลนสวนกันที่ต้องใช้ความระมัดระวังกันพอสมควร ถนนเล็กๆ เส้นนี้มีทางตรงยาวสลับโค้งขึ้นลงเนินเตี้ยๆ พอให้ได้ลากรอบโชว์ความสามารถของแรงบิดและการยึดเกาะ การถ่ายเทมวลขณะเข้าโค้ง บางช่วงบางตอนคุณสามารถอัดเข้าโค้งได้โดยไม่ทำให้รถที่แล่นสวนมาด่าบรรพบุรุษ ทางหลวงชนบทที่มุ่งหน้าไปยังอำเภอหนองปรือในเขตกาญจนบุรียังมีโค้งที่หลากหลายให้ทดลองประสิทธิภาพของช่วงล่างและยาง หรือแม้แต่เบรก ผิวถนนมีทั้งเรียบและตะปุ่มตะป่ำ เหมาะกับการทดสอบการทำงานของระบบรองรับ TTS นั้นถูกปรับแต่งอย่างดีมาจากโรงงาน เพื่อการขับที่มีความหลากหลายของลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ซื้อไปไว้แค่คลาน 

Audi TTS เป็นรถสปอร์ตคันเล็กที่คุณจะเบรก เลี้ยว และเร่งออกจากโค้งได้ดั่งใจ มันมีแรงยึดเกาะที่สูงเอาเรื่อง ทรงตัวในโค้งดีกว่า C43 หรือแม้แต่ M2 คุณสามารถหักเลี้ยวได้อย่างเฉียบคมจากการตอบสนองของหลายระบบที่หล่อหลอมให้ TTS มีประสิทธิภาพตามที่คุณต้องการ ยางติดรถ Hankook Ventus V2 ขนาด 245/35 R19 ตอนรับรถมาพอเห็นยี่ห้อยางเข้าก็เริ่มออกอาการไม่มั่นใจ แต่พอได้ลองแล้วเอามาอัดแรงๆในโค้ง กริ้บของ Ventus V2 นั้นถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว แต่ถ้าจะให้มั่นใจมากกว่านี้ขอเป็น Pilot Sport Cup 2 จะสุดกว่านี้มาก! ความท้าทายในวันทดสอบก็คือกลุ่มเมฆฝนที่ไล่หลังมาติดๆ และการขับไปให้ไกลมากที่สุดเพื่อหาโลเคชั่นเงียบๆบันทึกภาพ การขับ Audi สปอร์ตท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรให้ความรู้สึกแปลกประหลาดเนื่องจากเจ้าของ TT ส่วนใหญ่ใช้มันขับไปช็อปปิ้งหรือรับแฟนไปดูหนังทานข้าวตามห้างดังๆ มากกว่าจะมาห้อเต็มสูบอยู่ใจกลางป่าลึกแบบนี้

Audi TTS ใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ A3 และ VW Golf ถึงจะเป็นรถเครื่องวางตามขวางด้านหน้าขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่การกระจายน้ำหนักกลับทำได้ดี และส่งผลไปถึงการควบคุมซึ่งต้องยกประโยชน์ให้กับระบบขับเคลื่อน Quattro ระยะโอเวอร์แฮงค์ที่สั้นกุดทำให้รถควบคุมทิศทางได้ดีไม่ว่าจะกดคันเร่ง ถอนคันเร่ง เลี้ยวและเบรกแล้วกลับมาเร่ง การหักเลี้ยวทำได้ไวตามสั่ง อัตราทดของพวงมาลัยไฟฟ้าเมื่อขับเร็วขึ้นมันจะหน่วงให้น้ำหนักมีความเหมาะสมกับความเร็วที่ใช้ในขณะนั้น คุณสามารถแช่คันเร่งผ่านโค้งยาวได้อย่างชิลๆ รถเกาะหนึบราวกับตีนตุ๊กแก

เมื่อขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงมากจนเกินไป ระบบรักษาเสถียรภาพจะเข้ามาช่วย แต่มันจะไม่ทำงานจนกว่าสถานการณ์จะย่ำแย่จริงๆ เพราะก่อนที่ ESC จะเริ่มทำงานระบบ Torque Vectoring จะเข้ามาจัดการกับแรงบิดที่จะถ่ายเทไปยังล้อเพื่อความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นล้อซ้าย ขวา หน้าหรือหลัง แม้กระทั่งไขว้ก็ยังทำได้ ระบบนี้ทำให้รถสามารถสร้างแรงยึดเกาะได้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์ ฟังดูแล้วเป็นระบบที่มีความสลับซับซ้อนและยุ่งเหยิง จนอาจทำให้การขับไม่สนุก แต่ในความเป็นจริงคนขับแทบจะไม่รู้สึกเลยว่ามันกำลังทำงาน ต้องเป็นคนที่จับความรู้สึกของรถเก่งจริงๆ ถึงจะรู้สึก ทำให้ TTS เป็นรถที่เข้าโค้งได้ดีกว่า BMW M2 ขับหลังและ C43 AMG ขับเคลื่อนสี่ล้อ!

เสียงการทำงานของเครื่องยนต์สองลิตรเทอร์โบแม้จะไม่โหดดิบเท่าเครื่อง 6 สูบเทอร์โบของ M2 หรือไพเราะเสนาะหูเหมือนเสียงหวานๆของเครื่อง V6 AMG ทวินเทอร์โบใน C43 แต่เสียงระเบิดประทุเมื่อเกียร์เปลี่ยนที่รอบสูงสุดของ TTS จะกระตุ้นให้คุณขับมันเร็วขึ้น การเก็บเสียงอยู่ในคาบกลางๆ ไม่ได้โดดเด่นจนทำให้ห้องโดยสารเงียบกริบราวกับ A8 ยังคงมีเสียงยางและเสียงลมในย่านความเร็วสูง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรถสปอร์ต เมื่อขับผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบก็ไม่มีเสียงการทำงานของช่วงล่างหรือชิ้นส่วนกระทบกันในห้องโดยสาร เมื่อเปิดกระจกแล้วกดคันเร่งแบบตั้งใจฟังเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ คุณจะได้ยินเสียงดูดอากาศ เสียงเวสต์เกตดังหวีด กับเสียงระเบิดจากปลายท่อท้ายที่ดังราวกับปี๊บถูกไม้กระบองหวดอย่างเต็มแรง

เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีเมื่อทำงานร่วมกับเกียร์ทวินคลัตช์ เป็นเครื่องยนต์ที่มีความยืดหยุ่นสูงแต่ลดความรู้สึกจัดจ้านลงไปบ้างเมื่ออัดจนถึงรอบสูงสุด ชุดเกียร์ S-Tronic ทำหน้าที่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างว่องไวรวดเร็วและเนียน จนไม่มีอาการกระตุกกระชากแรงๆ เมื่อเปลี่ยนเกียร์ รอบเครื่องตวัดขึ้นอย่างเร็วเมื่อผมลดเกียร์ลงสองตำแหน่งเพื่อเข้าโค้งมุมแคบ ไม่ว่าจะสับเกียร์ผ่าน Paddle หรือโยกคันเกียร์ในตำแหน่ง +/- ก็จะพบกับการทำงานที่เร็วมาก เกียร์อัตโนมัติขับสี่ของ TTS แม้จะมีอัตราทดน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับ M2 และ C43 AMG แต่ไม่ได้บั่นทอนประสิทธิภาพของการทดกำลังแม้แต่น้อย เมื่อกดคันเร่งเบาๆในเกียร์ 6 ก็ยังแซงรถช้าได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องชิฟเกียร์ลงต่ำด้วยซ้ำ

ช่วงล่าง Magnetic Ride Adaptive Dampers กับพวงมาลัยไฟฟ้า Progressive Steering เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของ TTS Coupe Quattro ช่วยทำให้เจ้าของรถสนุกได้อย่างเต็มที่เต็มทางโดยเฉพาะการหวดเร็วๆ เข้าโค้ง สอดคล้องกับบุคลิกแบบสปอร์ตของ TTS เป็นที่สุดแห่งรถเล็กที่วิ่งได้เร็วจี๋ แถมยังเข้าโค้งได้เนียนและเร็วแบบคนที่นั่งไปด้วยถึงกับขนหัวลุก เป็นรถสปอร์ตอีกคันที่มอบความประทับใจในด้านของสมรรถนะและมีราคาอยู่ตรงกลางระหว่างคู่ต่อสู้ทั้งสองคัน มีดีก็ต้องมีด้อยเป็นธรรมดา  TTS ราคา 4,599,000 ไม่มีกล้องมองหลังติดมาให้โดยมีแค่เซนเซอร์สัญญาณเสียงเมื่อถอยเข้าใกล้สิ่งกีดขวาง แค่ไม่มีกล้องหลังคงไม่บั่นทอนประสิทธิภาพการใช้งานมากจนเกินไป หากอยากได้คงต้องควักเงินเพิ่ม มันเป็นรถเล็กที่ขับได้สนุกและมอบทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่รถสปอร์ตควรจะมีให้กับคุณทุกเวลาตามต้องการ แรงยึดเกาะในโค้งจะทำให้คุณหลงรักมันมากกว่ารถสปอร์ตขับหลังทุกคันที่คุณเคยมีก็แล้วกัน! 

AUDI TTS Coupé Technical data
TTS Coupé quattro
เครื่องยนต์ เบนซินดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) 4 สูบแถวเรียง พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง (direct injection) และ Turbocharge พร้อมระบบหล่อเย็นด้วยอากาศ
จำนวนวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ 
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) 1,984
แรงม้าสูงสุด 210 กิโลวัตต์ 286 แรงม้า ที่ 5,300-6,200 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ที่ 1,800-5,200 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ S tronic 6 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา (quattro permanent all-wheel drive)
อัตราเร่ง 0-100 กม. / ชม. 4.7 วินาที
ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 250 กม. / ชม.
ระบบตัดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติ ( Start/stop system) o
ระบบยังคับเลี้ยว พวงมาลัยไฟฟ้าแรคแอนพีเนียน EPAS
เบรกหน้า ดิสก์เบรก
เบรกหลัง ดิสก์เบรก
น้ำหนักรถ 1,445 กิโลกรัม
พื้นที่เก็บสัมภาระ 305 ลิตร
ความจุถังน้ำมัน 55 ลิตร
ล้อ 19 นิ้ว ขนาด 9J x 19 ยาง Hankook Ventus V2 ขนาด 245/35 R19 พร้อมยางอะไหล่

ระบบความปลอดภัย TTS Coupé quattro
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง 
ระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย 
ระบบเบรกมือไฟฟ้า 
ระบบล็อกเบรกขณะหยุดนิ่ง (Audi hold assist) 
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) 
ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic brake distribution) 
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Anti-slip regulation) 
ระบบควบคุมการทรงตัว ESC (Electronic control system with
stabilization function)
เซนเซอร์หลังช่วยในการนำรถเข้าจอด 
ชุดปฐมพยาบาล 
อุปกรณ์มาตรฐาน
ช่วงล่างแบบ RS sport พร้อมระบบ Audi magnetic ride 
ระบบเลือกโหมดการขับขี่ (Audi drive select) 

อุปกรณ์มาตรฐาน TTS Coupé quattro
ไฟหน้าแบบ LED พร้อมระบบฉีดน้ำทำความสะอาด (Headlight washer system)
ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED 
ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (Cornering light) 
กระจกมองหลังพร้อมระบบตัดแสงอัตโนมัติ 
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้า และปัดน้ำฝนอัตโนมัติ 
กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, ไล่ฝ้า และพับไฟฟ้า 

ความสะดวกสบาย
เบาะนั่งคู่หน้าแบบ S Sports ตกแต่งแบบ diamond cut
พร้อมสัญลักษณ์ S line
เบาะนั่งหุ้มหนัง Fine Nappa 
เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 
ระบบปรับดันหลังเบาะนั่ง 4 ทิศทาง 
ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติแบบดีลักซ์ 
พวงมาลัยหนังมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน แบบสปอร์ตท้ายตัด พร้อมสัญลักษณ์ TTS
ฟังก์ชันควบคุมความเร็ว (Speed limiter) 
ระบบ Comfort key 

ระบบข้อมูลและความบันเทิง
จอแสดงผลข้อมูลแบบ Audi virtual cockpit 
ระบบเครื่องเสียง Audi sound system 
รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 
ระบบ MMI Navigation plus with MMI touch 
จอสีขนาด 12.3 นิ้ว 
รองรับ DVD, CD และ MP3 
ช่องเชื่อมต่อ AUX-IN และ USB

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

ที่มาของเนื้อหา : www.thairath.co.th

(Visited 13 times, 1 visits today)

Facebook Comments

ที่เกี่ยวข้อง