สกว.เชิดชู 14 งานวิจัยเด่น ปี 2560


วันนี้ (23 พฤษภาคม 2561) ที่โรงแรมสวิสโซเทล   เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดงาน “พิธีมอบรางวัลผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี 2560” โดยมี พล.อ.อ. ดร.ประจิน   จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน  เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่นักวิจัยที่มีผลงานดีเด่นและนำไปใช้ประโยชน์ในด้านวิชาการ ด้านพาณิชย์ ด้านชุมชนและพื้นที่ และด้านนโยบาย

พล.อ.อ. ดร.ประจิน      กล่าว ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “สกว. 4.0 งานวิจัยไร้ขีดจำกัด” ว่า ในยุคอุตสาหกรรม 4.0   ต้องอาศัยเทคโนโลยีและดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง   เป็นตัวเปลี่ยนแปลงวิธีการหรือกลยุทธ์ให้ทันต่อสถานการณ์โลกและสิ่งแวดล้อมในโลกไร้พรมแดน  นักวิจัยจึงต้องพร้อม รับมือกับการเปลี่ยนแปลง และจะต้องเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงด้วย  ซึ่งหัวใจสำคัญคือ ต้องพร้อมเสมอต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งเร็วและช้า  เข้าถึงเทคโนโลยีในบริบทต่าง ๆ มีวิสัยทัศน์ในการมองอนาคต สร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้ขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่วางไว้   มีขีดความสามารถและสมรรถนะในการเป็นผู้ประสานงาน   มีความร่วมมือกับหน่วยงานผู้ให้ทุนและเครือข่ายวิจัยทั้งในและต่างประเทศ  ควบคู่กับผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม  รวมถึงสามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  ใช้เครื่องมือ งบประมาณ และการบริหารจัดการอย่างคุ้มค่า นักวิจัยจึงต้องศึกษาเรียนรู้และปรับตัวเองให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง แต่ทั้งหมดนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม

ทั้งนี้ สกว. 4.0 งานวิจัยไร้ขีดจำกัด จะทำอย่างไร้ทิศทาง ไร้วัตถุประสงค์ ไม่ได้  ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ให้เกิดความท้าทายในการแก้ปัญหา เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และนำมาใช้ในกระบวนการที่ดีที่สุดก่อนนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ดังนั้นงานวิจัยจึงไม่ได้ตีกรอบหรือห้ามการใช้สิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่หรือสะสมกันมา ต้องสามารถต่อยอด คิดค้นขึ้นใหม่ จะทำคนเดียวหรือเป็นทีมก็ได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์  นำไปแก้ปัญหาสังคมชุมชนหรืออุตสาหกรรมได้  มีมิติที่เปิดกว้างในการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างไรขีดจำกัด  ซึ่ง สกว.ต้องแสดงความพร้อมในการฝ่าฝันต่อสิ่งท้าทาย โดยมีงานวิจัยเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดผลผลิต ผลลัพธ์  ผลกระทบ ที่ตอบโจทย์ของประชาชนและประเทศชาติสู่ประเทศไทย  4.0 รวมถึงผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ และลดความเหลื่อมล้ำของสังคมให้มีความเสมอภาคเท่าเทียมกันมากขึ้น

ศ. นพ.สุทธิพันธ์   จิตพิมลมาศ   ผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเพื่อมุ่งสู่การเป็น “ประเทศไทย 4.0” จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาองค์ความรู้ สร้างสรรค์นวัตกรรม และส่งเสริมให้เกิดการใช้ผลงานวิจัยในทุกภาคส่วน   ขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องมีการพัฒนาคนให้มีความรู้อย่างทั่วถึง และสร้างความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นทั้งปัจจุบันและในอนาคต  ดังนั้น “ความรู้” จึงเป็นฐานสำคัญที่จะนำประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน สกว.เห็นความสำคัญในส่วนนี้      จึงได้สนับสนุนผลงานวิจัยในศาสตร์ทุกแขนง พัฒนานักวิจัยทุกระดับ รวมทั้งผลักดันความรู้จากงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ทุกด้าน โดยแต่ละปี สกว.มีผลผลิตจากงานวิจัยจำนวนมากซึ่งล้วนแต่มีคุณค่า
และเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ผู้วิจัยและผลงานวิจัยที่มีคุณภาพสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ สกว. ได้จัดให้มีการคัดเลือกผลงานวิจัยที่สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นผลงานวิจัยเด่น  สกว. เป็นประจำทุกปี โดยมีเกณฑ์ในการคัดเลือกผลงานวิจัยเด่น คือ ต้องเป็นผลงานที่เกิดผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในวงการที่เกี่ยวข้อง  มีวิธีการวิจัยเป็นที่ยอมรับตามหลักวิชาการ ตลอดจนมีการบริหารจัดการงานวิจัยที่นำไปสู่การพัฒนาในวงกว้าง  ซึ่งความสำเร็จของทั้ง 14 ผลงานที่ปรากฏ  ล้วนมาจากพลังความคิดสร้างสรรค์ พลังปัญญา และการทุ่มเทแรงกายแรงใจ จนทำให้ผลงานวิจัยตอบโจทย์และสร้างผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ ประเทศ

ทั้งนี้ คณะกรรมการตัดสินผลงานเด่นได้คัดเลือกผลงานวิจัยเด่น จำนวน 4 ด้าน รวมทั้งสิ้น 14 ผลงาน ประกอบด้วย ผลงานวิจัยเด่นด้านนโยบาย จำนวน 4 ผลงาน ได้แก่ 1.การขยายโอกาสธุรกิจเนื้อโคไทย โดย รศ. ดร.จุฑารัตน์ เศรษฐกุล 2. ภาษีเงินได้เป็นธรรมหรือไม่ โดย  ศ. ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร  คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  3.  การวิจัยเพื่อพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ยางไทยระดับระหว่างประเทศ  โดยผศ. ดร.สุภา วิรเศรษฐ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  4. มาตรการในการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบายในประเทศไทย โดย ศ. ดร.อุดม รัฐอมฤต

ผลงานวิจัยเด่นด้านพาณิชย์ จำนวน 2 ผลงาน ได้แก่ 1.เครื่องล้างเกลือในแมงกะพรุนดอง  เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยอ.สมัคร   รักแม่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 2. จ่าเฉยอัจฉริยะพร้อมระบบออกใบสั่งอัตโนมัติ ของ ดร.วรลักษณ์   คงเด่นฟ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร และ ดร.มงคล เอกปัญญาพงศ์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย

ผลงานวิจัยเด่นด้านชุมชนและพื้นที่  จำนวน 4 ผลงาน ได้แก่ 1. การแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตคนพิการ ครอบครัว สังคม อย่างยั่งยืน โดยนางพัชราภรณ์   ชนภัณฑารักษ์  มูลนิธิเพื่อพัฒนาคนพิการ  2. การพัฒนาทุนชุมชนสู่ทุนทางเศรษฐกิจของชุมชนประมงพื้นบ้านอ่าวปัตตานี  โดยน.ส.สุวิมล   พิริยธนาลัย  ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นอ่าวปัตตานี 3. งานวิจัยเชิงยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดย ผศ. ดร.เอกรินทร์ พึ่งประชา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  4. สร้างความเข้มแข็งและความมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมต่อการจัดการปัญหาหมอกควัน  โดย ผศ. ดร.สรรเพชญ  ชื้อนิธิไพศาล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

และผลงานวิจัยเด่นด้านวิชาการ จำนวน 4 ผลงานได้แก่  1. สืบจากซาก  ของ  รศ. ดร.รัศมี ชูทรงเดช คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 2.  นวัตกรรมสารเลียนแบบสารพันธุกรรมและการประยุกต์ใช้ ของ ศ. ดร.ธีรยุทธ วิไลวัลย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   3. เมลาโทนินและปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อชราภาพของสมองและโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์   ของ ศ. ดร.ปิยะรัตน์ โกวิทตรพงศ์ สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์  4.  องค์ความรู้ใหม่ทางเคมีวิเคราะห์เพื่อนวัตกรรมทางการตรวจวัด  ของ ศ. ดร.อรวรรณ ชัยลภากุล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th

(Visited 6 times, 1 visits today)

About The Author

ที่เกี่ยวข้อง

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น