ย้อนรอย 5 เกมเปิดซีซั่นสุดมันส์ในศึก พรีเมียร์ลีก

ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2018/19 เปิดฉากไปเรียบร้อย เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา และเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เก็บชัยชนะได้ด้วยการเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เชือดหวิว เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 แต่ถึงกระนั้นฤดูกาลจะเปิดฉากแบบเต็มสูบในคืนวันเสาร์นี้ และก่อนที่จะไปสนุกกันในช่วงค่ำ เราจะพาย้อนไปชม 5 สุดยอดแมตช์เปิดฤดูกาลของศึก พรีเมียร์ลีก ในช่วงที่ผ่านมา

– เอฟเวอร์ตัน 1-6 อาร์เซน่อล (2009/10)

เอฟเวอร์ตัน ของกุนซือ เดวิด มอยส์ ณ ตอนนั้น ถือเป็นทีมที่แข็งแกร่ง, มีแบ็กโฟร์ที่ยอดเยี่ยม และไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ใครจะบุกมาเอาชนะพวกเขาได้ถึงถิ่น กูดิสัน พาร์ค

เกมระหว่าง เอฟเวอร์ตัน กับ อาร์เซน่อล ตอนนั้น หลายๆ ฝ่ายมองว่าน่าจะเป็นเกมที่สูสีสุดๆ ทว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะ “ไอ้ปืนใหญ่” ไล่ยำก่อนเลยด้วยการขึ้นนำ 3-0 ในช่วงครึ่งแรกจาก เดนิลสัน, โธมัส แฟร์มาเล่น และ วิลเลี่ยม กัลลาส

จากนั้นช่วงครึ่งหลังสกอร์ก็เพิ่มเป็น 4-0, 5-0 จากสองประตูของ เชส ฟาเบรกาส ก่อนมาได้ประตู 6-0 จาก เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา ขณะที่ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” มาได้ประตูปลอบใจในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจาก หลุยส์ ซาฮา

–  โคเวนทรี ซิตี้ 3-2 เชลซี (1997/98)ถึงแม้ เชลซี ตอนนั้นเทียบไม่ได้กับยุคนี้ แต่ “สิงห์บลูส์” ช่วงนั้นก็ถือเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมไม่น้อย ด้วยการมีนักเตะสตาร์ดังต่างชาติอย่าง จานฟรังโก้ โซล่า, โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ และ กุสตาโว่ โปเยต์เกมแรกของฤดูกาล 1997/98 เชลซี มีคิวบุกไปเยือน โคเวนทรี ซิตี้ ซึ่งเป็นทีมที่ดูไม่น่ากลัวอะไร และพวกเขาก็ขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 40 จาก แฟร้งค์ ซินแคลร์ แต่หลังจากนั้นแค่นาทีเดียว โคเวนทรี ก็ตีเสมอได้จาก ดิออน ดับลินนาทีที่ 70 เชลซี ขึ้นนำอีกครั้งจาก ทอเร่ อันเดร โฟล หนึ่งในการเซ็นสัญญาที่คุ้มค่าสุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร แต่เกมยังไม่จบแค่นี้ เพราะ “ช้างกระทืบโรง” ตีเสมอเป็น 2-2 ได้ จากการโขกของ ดับลิน เจ้าเก่า และสุดท้าย ดับลิน ก็เป็นแฮตทริกฮีโร่ เมื่อเป็นคนซัลโวประตูให้ โคเวนทรี พลิกซิวชัยสุดมันส์ 3-2

– อาร์เซน่อล 3-4 ลิเวอร์พูล (2016/17)ถือเป็นบิ๊กแมตช์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เกมแรกของฤดูกาล โดยที่ อาร์เซน่อล ทีมเจ้าถิ่น มีปัญหาในแนวรับ และต้องส่ง ร็อบ โฮลดิ้ง ยืนเซนเตอร์แบ็กคู่กับ คาลั่ม แชมเบอร์ส แต่พวกเขาก็ขึ้นนำก่อนจาก ธีโอ วัลค็อตต์ ที่สามารถแก้ตัวได้หลังยิงจุดโทษไม่เข้าในช่วงต้นเกมลิเวอร์พูล มาตีเสมอได้ในช่วงท้ายเกมครึ่งแรกจากการยิงฟรีคิกสุดงามของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และช่วงครึ่งหลังเป็น “หงส์แดง” ที่เดินหน้าขยี้เจ้าถิ่น เมื่อมาได้เพิ่มสามประตูรวดจาก อดัม ลัลลานา, คูตินโญ่ และ ซาดิโอ มาเน่ ทำให้ดูเหมือนว่า ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ น่าจะเก็บชัยกลับบ้านได้ไม่ยากอย่างไรก็ตาม “ไอ้ปืนใหญ่” ฟื้นขึ้นมาได้เฉยจากการได้สองประตูติดๆ จาก อเล็กซ์-อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน และ คาลั่ม แชมเบอร์ส แถมยังเหลือเวลาอีกตั้ง 15 นาที แต่ถึงกระนั้น ลิเวอร์พูล สามารถยื้อสกอร์ที่นำอยู่เอาไว้ได้ และคว้าชัยแบบสุดระทึก 4-3

– แอสตัน วิลล่า 4-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (2008/09)เวลานั้น แอสตัน วิลล่า ถือเป็นทีมที่แกร่งไม่น้อย โดยมีสตาร์ดังอย่าง แกเร็ธ แบร์รี่ และ แอชลี่ย์ ยัง ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังอยู่ในช่วงก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรแถวหน้าของลีก และอุดมไปด้วยนักเตะดาวดังต่างชาติเกมครึ่งแรกจบแบบจืดๆ ด้วยสกอร์ 0-0 แต่พอเริ่มครึ่งหลังมหกรรมการทำประตูก็เริ่มต้นขึ้นด้วยการที่ วิลล่า ขึ้นนำก่อน 1-0 จากการโขกของ ยอห์น คาริว แต่ แมนฯ ซิตี้ ก็มาตีเสมอได้จากการยิงจุดโทษของ เอลาโน่ นาทีที่ 65กระนั้น “สิงห์ผงาด” ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 จากหัวหอกดาวรุ่งอย่าง กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์ ก่อนหนีเป็น 3-1 จาก อั๊กบอนลาฮอร์ คนเดิม ซึ่งเกมนี้ถือเป็นเกมแจ้งเกิดของเจ้าตัวอย่างแท้จริง เมื่อเขาทำแฮตทริกได้ด้วยการหลุดเข้าไปยิงให้ วิลล่า หนี ซิตี้ เป็น 4-1 ก่อนที่ทีมเยือนมาได้ประตูตีตื้นจาก เวดราน ชอร์ลูก้า และจบเกม วิลล่า คว้าชัยสุดสวย 4-2

<
– อาร์เซน่อล 2-4 นอริช ซิตี้ (1992/93)นอริช ที่รอดตกชั้นแบบหวุดหวิดในฤดูกาลก่อนหน้า เจอศึกหนักเมื่อต้องบุกไปเยือน อาร์เซน่อล ที่ ไฮบิวรี่ และทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด เมื่อ “ไอ้ปืนใหญ่” นำก่อนสองตุงจาก สตีฟ โบลด์ และ เควิน แคมป์เบลล์อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดกลับเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลัง โดยเริ่มจากการที่ นอริช ได้ประตูตีไข่แตกจาก มาร์ค โรบินส์ ก่อนที่ เดวิด ฟิลลิปส์ มาทำประตูตีเสมอ 2-2 หลังจากที่ เดวิด ซีแมน ยอดนายทวาร อาร์เซน่อล ออกมาตัดบอลพลาดเท่านั้นยังไม่พอ รูเอล ฟ็อกซ์ หลุดเข้าไปยิงให้ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” พลิกขึ้นนำเป็น 3-2 เฉย จากนั้น โรบินส์ ก็ฉกบอลได้จาก โทนี่ อดัมส์ ก่อนหลุดเข้าไปชิพส่งบอลข้ามตัว ซีแมน เข้าไปตุงตาข่ายอย่างเหนือชั้น ทำให้ นอริช บุกมาพลิกชนะ อาร์เซน่อล อย่างเหลือเชื่อ 4-2 ถือเป็นเกมเปิดซีซั่นแห่งความทรงจำเกมหนึ่ง เพราะฤดูกาลนั้นลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเพิ่งเปลี่ยนชื่อจาก ดิวิชั่น 1 เป็น พรีเมียร์ลีก พอดี

ที่มา : SIAMSPORT

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add Friend

 

(Visited 30 times, 1 visits today)

Facebook Comments

ที่เกี่ยวข้อง