มัลคอมไม่ใช่รายแรก! ย้อนดูปฏิบัติการไฮแจ็คบนโลกลูกหนัง

หลังบาร์เซโลน่า ปาดหน้าโรม่า ชิงตัว มัลคอม ปีกแซมบ้า มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 41 ล้านยูโร นับเป็นข่าวช็อกเล็กๆเพราะไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ เจ้าตัวกำลังจะย้ายไปอยู่กับทีมดังแห่งกรุงโรม อย่างไรก็ดีทันทีที่บาร์ซ่า เข้ามายื่นซื้อแข้งรายนี้ เหตุการณ์กลับตาลปัตร จากหน้ามือเป็นหลังมือ

ทั้งนี้ ในการซื้อ-ขายในโลกฟุตบอล เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยเกิดขึ้น เราจะพาไปย้อนดูว่าเคสที่คล้ายๆกันมีใครกันบ้าง

   5. วิลเลี่ยน ไป สเปอร์ส, ฉกตัวโดยเชลซี 2013

มัลคอมไม่ใช่รายแรก! ย้อนดูปฏิบัติการไฮแจ็คบนโลกลูกหนัง

ในเวลานั้น สเปอร์ส กำลังมองหาผู้เล่นแนวรุกเพื่อทดแทนแกเร็ธ เบล ที่ย้ายไปเรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลก 85 ล้านปอนด์ โดยให้ความสนใจไปที่ วิลเลี่ยน ปีกแซมบ้าจาก อันจิ มาคัชคาล่า ในลีกรัสเซีย โดยราคาค่าหัวอยู่ที่ 30 ล้านปอนด์

วันที่ 21 สิงหาคม 2013 ทุกอย่างกำลังจะเป็นไปได้ด้วยดี เมื่อ วิลเลี่ยน เดินทางมาถึงไวท์ ฮาร์ท เลน เพื่อตรวจร่างกายกับไก่เดือยทอง แต่ทันใดนั้นโรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีมเชลซี ปฏิบัติสายฟ้าแลบโทรหา ซูไลมาน เคริมอฟ เจ้าของทีมอันจิ ซึ่งเป็นเพื่อนซี้ของเสี่ยหมี จึงทำให้จุดหมายปลายทางของวิลเลี่ยน เปลี่ยนไป

และสุดท้ายวิลเลี่ยน ก็เซ็นสัญญาซบเชลซี ด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์ซึ่งเจ้าตัวได้เผยหลังเซ็นกับสิงห์บลูส์ว่า “จริงๆ ตนตกลงรายละเอียดกับสเปอร์ส ได้เกือบหมดแล้ว แต่ทันทีที่เชลซี ยื่นข้อเสนอเข้ามาในวินาทีสุดท้าย ตนเลยเปลี่ยนใจมาซบเชลซีแทน”

    4. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไป ลิเวอร์พูล, ฉกตัวโดยเชลซี 2014

มัลคอมไม่ใช่รายแรก! ย้อนดูปฏิบัติการไฮแจ็คบนโลกลูกหนัง

หลังจากหนึ่งปีก่อนหน้านี้ เชลซี ไปไฮแจ็ควิลเลี่ยนมาจากสเปอร์ส มาคราวนี้ พวกเขาก็ทำปฏิบัติการเดิมด้วยการฉกตัวโมฮาเหม็ด ซาลาห์ มาจากอ้อมอกลิเวอร์พูล

ในเวลานั้น ซาลาห์ ทำผลงานได้โดดเด่นกับบาเซิล ในเวทียุโรป และเคยพังประตูใส่เชลซีมาได้ช่วยให้ทีมดังจากสวิตเซอร์แลนด์ เอาชนะสิงห์บลูส์ ได้ทั้งเหย้า-เยือน ทำให้เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือหงส์แดงในขณะนั้น หมายปองในตัวปีกอียิปต์คนนี้เป็นอย่างมาก แต่ข้อเสนอที่หงส์แดง ยื่นให้บาเซิล นั้นถูกปฎิเสธหลายครั้ง ซึ่งในซาลาห์ เองก็อยากย้ายมาเล่นให้เครื่องจักรสีแดง เช่นเดียวกัน

จากการที่ Demand กับ Supply มันไม่เดินทางมาบรรจบกัน โดยบาเซิล ตั้งราคาไว้ที่ 11 ล้านปอนด์ แต่ลิเวอร์พูล ไม่ตกลงที่ราคานั้นด้วย และวันหนึ่ง เชลซีก็ยื่นข้อเสนอเข้ามาตามที่บาเซิล ต้องการ จุดหมายปลายทางของซาลาห์ เลยไปที่กรุงลอนดอนแทน

    3. โรบินโญ่ ไป เชลซี, ฉกตัวโดยแมนฯซิตี้ ปี 2008

มัลคอมไม่ใช่รายแรก! ย้อนดูปฏิบัติการไฮแจ็คบนโลกลูกหนัง

บางที เคยนี้อาจเป็นแรงบันดาลของเชลซี ที่เก็บกดมาจากที่พวกเขาเคยถูกฉกนักเตะมาก่อน เลยไปฉกมาจากทั้งลิเวอร์พูลและสเปอร์ส ในสองรายก่อนหน้านี้

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2008 โรบินโญ่ สตาร์แซมบ้าคือหนึ่งในนักเตะมากพรรสวรรค์แห่งวงการลูกหนังโลก แต่การอยู่ที่เรอัล มาดริด ดูเหมือนว่าเขาไม่ค่อยมีความสุขนัก จึงทำเรื่องขอย้ายทีม โดยมีเชลซีให้ความสนใจและพร้อมจะประเคนเงินให้แก่ราชันชุดขาวตามที่ต้องการ ซึ่งตัวโรบินโญ่ เองก็อยากย้ายมาอยู่ในลอนดอนเป็นอย่างมาก กอปรตอนนั้นกุนซือของเชลซี ก็เป็น หลุยส์ ฟิลิเป้ สโคลารี่ คนชาติเดียวกันอีกต่างหาก

และในวันสุดท้ายของวันตลาดปิด เรอัล มาดริดกลับหักหน้าเชลซี เมื่อตอบตกลงค่าตัวที่แมนฯซิตี้ ยื่นเข้ามา 32.5 ล้านปอนด์ โดยเหตุที่ราชันชุดขาว ปฏิเสธข้อเสนอจากเชลซี เป็นเพราะไม่พอใจที่เชลซี ไปสกรีนชื่อโรบินโญ่ ก่อนการย้ายทีมจะเสร็จสมบูรณ์ นั่นคือเหตุผลที่ดีลระหว่างเชลซีกับโรบินโญ่ ต้องล่มลงไป

    2. พอล แกสคอยน์ ไป แมนฯยูไนเต็ด, ฉกตัวโดยสเปอร์ส 1988

มัลคอมไม่ใช่รายแรก! ย้อนดูปฏิบัติการไฮแจ็คบนโลกลูกหนัง

หากคุณคิดว่าการชิงตัวนักเตะเกิดขึ้นแต่ในโลกฟุตบอลสมัยใหม่นั้น ขอให้คุณคิดใหม่หลังอ่านข้อนี้จบ

ณ เวลานั้น แกสคอยน์ คือ นักเตะมหัศจรรย์แห่งวงการลูกหนังเมืองผู้ดี เขาสร้างชื่อกับนิวคาสเซิล จนติดทีมยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาล 1987/88

ในช่วงซัมเมอร์ ของปี 1988 แกสคอยน์ ได้รับความสนใจจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์, แมนฯยูไนเต็ด รวมถึงลิเวอร์พูล และทิศทางการย้ายทีมของแกสคอยน์ ทำท่าว่าจะไปจบลงกับปีศาจแดง เมื่อ(เซอร์)อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้นัดพบปะกับแกสคอยน์เพื่อพูดคุยถึงเรื่องการย้ายทีม การพบกันของทั้งคู่เป็นไปได้ด้วยดี จากนั้น เฟอร์กี้ ก็ไปพักผ่อนที่ประเทศมอลต้า โดยมั่นใจว่าจะได้ เด็กมหัสจรรย์รายนี้ มาครอบครองแน่นอน

แต่มันไม่เป็นอย่างที่ท่านเซอร์คิด เมื่อแกสคอยน์ ได้รับโทรศัพท์จากไก่เดือยทอง ซึ่งสเปอร์ส พร้อมจะประเคนทุกอย่างตามที่แกสคอยน์อยากได้ ซึ่งเจ้าตัวเรียกร้องว่าอยากได้ บ้านใหม่ให้แก่ครอบครัว มีโรงรถไว้ให้พ่อของเขา และมีที่อาบแดดแก่น้องสาวของตน

และหลังจากเฟอร์กี้ กลับจากการพักร้อน เขาก็ต้องแทบหงายหลัง เมื่อรู้ว่าพอล แกสคอยน์ ย้ายไปสเปอร์ส เรียบร้อยแล้ว ด้วยค่าตัว 2.2 ล้านปอนด์ ซึ่งเหตุการณ์นี้นับเป็นเคสที่เซอร์ อเล็กซ์ รู้สึกเสียใจมากที่สุด เพราะเขารู้ดีว่าตัวเองสามารถดึงศักยภาพของแกสคอยน์ออกมาได้ดีกว่านี้

    1. จอห์น โอบี มิเกล ไป แมนฯยูไนเต็ด, ฉกตัวโดยเชลซี 2005

มัลคอมไม่ใช่รายแรก! ย้อนดูปฏิบัติการไฮแจ็คบนโลกลูกหนัง

เรื่องของเชลซี มันยังไม่จบ นี้คือหนึ่งในเหตุการณ์ชิงตัวครั้งใหญ่ของประวัติศาสตร์ลูกหนัง

จอห์น โอบี มิเกล เป็นดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองอย่างมากหลังทำผลงานได้น่าพอใจในศึกฟุตบอลโลก 2003 รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีซึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมแรกที่แสดงความจริงจังในการเอาเขามาปลุกปั้น ด้วยการให้เจ้าตัวมาทดสอบฝีเท้ากับทีม หลังจากได้รับข้อเสนอดังกล่าว มิเกล ก็เดินทางข้ามทวีปมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของ “ปีศาจแดง” ทันที แม้ว่าตอนนั้นจะยังเป็นเด็กนักเรียนก็ตาม

ในช่วงเดือน เมษายน 2005 หลังที่แข้งดาวรุ่งไนจีเรียรายนี้ อายุครบ 18 ปี แมนฯยูไนเต็ด ก็ได้ประกาศว่า สโมสรตกลงคว้าตัว จอห์น โอบี มิเกล มาจาก ลิน ออสโล มาได้เรียบร้อยแล้ว โดยตัวนักเตะเอง ก็เดินทางมาเปิดตัวและถ่ายรูปในชุดปีศาจแดงอีกด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น มิเกล ก็มารู้ความจริงว่า ลิน ออสโล ทำข้อตกลงกับ เชลซี เอาไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้วว่าทางทีมจะไม่ขายเขาให้ทีมอื่นๆ นอกจาก เชลซี

หลังจากนั้น มิเกล ก็เก็บตัวอยู่ที่บ้านในกรุงลอนดอนตลอดเวลา และไม่ได้เล่นให้สโมสรไหนๆ เลย เพราะมันมีการต่อสู้ทางกฎหมายที่สุดท้ายกินระยะเวลา 1 ปี อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังได้เล่นให้ทีมชาติไนจีเรียในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ที่ประเทศอียิปต์เป็นเจ้าภาพ ซึ่งหลังจบรายการนั้นเขาก็เดินทางกลับมาที่ อังกฤษ และได้พบกับ เซอร์ เดฟ ริชาร์ดส์ ประธาน พรีเมียร์ลีก ในตอนนั้น โดยเขาบอกกับ ริชาร์ดส์ ว่าเขาตัดสินใจแล้วว่าอยากอยู่กับ เชลซี

ในเวลาต่อมา มิเกล ก็ได้พบกับ โชเซ่ มูรินโญ่ แบบลับๆ โดย มิเกล ถึงกับต้องเปลี่ยนรถ 6 คันเพื่อไปยังสถานที่เจรจากัน และสุดท้ายกุนซือชาวโปรตุกีสก็สามารถเกลี้ยกล่อมให้ มิเกล มาเป็นลูกทีมของเขาได้

แน่นอนว่าเรื่องดังกล่าวทำให้ เฟอร์กูสัน โมโหมากๆ โดย มิเกล ได้พบกับกุนซือชาวสกอตต์ในอีก 7 วันหลังจากนั้น และยอมบอกกับ เฟอร์กูสัน ว่าเขาจะไม่ไปเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว

ที่จริงตอนนั้น บาร์เซโลน่า ก็พร้อมฉวยโอกาสคว้าตัว มิเกล ไปร่วมทีมเช่นกัน ถ้าไม่มีฝ่ายไหนหาข้อสรุปได้ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็จบลงเมื่อ เชลซี จ่ายเงินให้ ลิน ออสโล 4 ล้านปอนด์  และให้ แมนฯ ยูไนเต็ด 12 ล้านปอนด์เพื่อเป็นค่าชดเชย

(Visited 19 times, 1 visits today)

Facebook Comments

ที่เกี่ยวข้อง