ขอบคุณทุกกำลังใจ! “มุ้ยซัง” ร่ายยาวถึงการค้าแข้งตลอด 1 ซีซั่นที่ญี่ปุ่น

“มุ้ยซัง” เผยชีวิตการค้าแข้งตลอด 1 ฤดูกาลที่ญี่ปุ่น หลังมีส่วนพาทีม “ซานเฟรซเซ่” คว้ารองแชมป์เจลีกและตั๋ว ACL 2019…

“มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงดีีกรี ทีมชาติไทย ออกมาพูดถึงชีวิตการค้าแข้งตลอด 1 ฤดูกาลกับสโมสร ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า ทีมในศึกเจ 1 ลีกของญี่ปุ่น หลังมีส่วนพาทีมจบรองแชมป์เจลีก 2018 และคว้าตั๋วไปเล่นเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019 รอบเพลย์ออฟ รอบ 3 ได้สำเร็จ ซึ่งเจ้าตัวก็ยิงประตูไปได้ทั้งสิ้น 7 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 37 นัด รวมทุกรายการ

โดยดาวยิงวัย 30 ปี เผยว่า จริงๆ ในปีนี้ก็มีอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัว เพื่อนร่วมทีมใหม่ หรือจะเป็นการมาอยู่ในลีกที่แข็งแกร่งขึ้น มีหลายอย่างต้องเจอ แต่มันก็มีหลายอารมณ์ที่เกิดขึ้น มีความสุขกับชัยชนะ เสียใจที่แพ้ บางนัดทำได้ดี บางนัดก็ไม่ดี แต่หนึ่งปีที่ผ่านมาเราสนุกกับมัน ได้เรียนรู้ฟุตบอลญี่ปุ่น ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน ฟอร์มการเล่นในปีที่ผ่านมา อย่างที่บอกไปข้างต้น บางนัดเราทำได้ดี บางนัดเราเล่นไม่ดี ไม่สามารถช่วยทีมได้ บางเกมเรายิงประตูได้และทีมชนะก็มีความสุข โดยรวมก็มีโอกาสลงเล่นเยอะพอสมควร ทุกครั้งก็พยายามทำให้ดีที่สุดกับการได้รับโอกาสลงไปเล่น สนุกกับการลงไปเล่นทั้งในฐานะตัวจริงและตัวสำรอง รวมถึงบอลถ้วยครับ

นักข่าวถาม : แมตช์ที่ประทับใจสุด?

“คงเป็นเกมนัดแรกของซีซั่น เพราะเป็นนัดแรกในเจลีกด้วยครับ และก็ทำประตูแรกได้ด้วย สุดท้ายทีมก็ชนะด้วย ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีในเจลีกของผมครับ

นักข่าวถาม : ความแตกต่างระหว่างฟุตบอลไทยลีกกับเจลีก?

“เรื่องคุณภาพของผู้เล่นในแต่ละทีม และแต่ละเกมนั้นไม่มีเกมไหนง่ายเลย จะมีคู่ต่อสู้ที่มีคุณภาพ และมีความแตกต่างของแต่ละเกม ไม่ว่าทีมจะอยู่อันดับไหน ก็สามารถแพ้ชนะกันได้ด้วยคุณภาพของแต่ละทีม โดยรวมมาตรฐานทีมในญี่ปุ่นค่อนข้างสูง อย่างปีที่แล้วทีมอาจจะมีผลงานดีในลีกก็จริง แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าปีนี้จะมีผลงานที่ดีในลีก ยกตัวอย่างทีมฮิโรชิม่า ปีที่แล้วผลงานไม่ค่อยดีเลย แต่ปีนี้กลับมายืนในจุดที่ดีได้

นักข่าวถาม : การใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นเป็นไงบ้าง?

“ก็มีหลายๆ อย่างได้ลอง ได้เปลี่ยนความคิด อย่างเรื่องอาหาร วัฒนธรรม เราอาจจะรู้มาบ้าง แต่ไม่เข้าใจจุดประสงค์มันจริงๆ ภาษาก็ได้รู้มากขึ้น สถานที่ที่ผมชอบในเมืองก็ชอบปรมาณูโดม พอเราไปยืนตรงนั้น มันก็รู้สึกเศร้านะ แต่ก็ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงอดีตว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ทำให้เราอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น ผู้คนที่นี่ต้องผ่านสถานการณ์ช่วงนั้นมาอย่างยากลำบาก ถือเป็นอีกสถานที่อยู่ในความทรงจำของผมเลย

หลังจากนี้คงไปเที่ยวญี่ปุ่นก่อน และค่อยเดินทางกลับไทย มีที่ๆ อยากไปอยู่ ว่าจะพาลูกไปเที่ยวที่โอซาก้า สุดท้ายขอบคุณแฟนบอลทุกคนมากๆ ฤดูกาลนี้มันเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับผม แต่ผมพยายามทำงานอย่างหนัก ปรับตัว เรียนรู้สิ่งต่างๆ ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้ผม และทีมซานเฟรชเซ่ ฮิโรชิม่า ไม่ว่าทีมจะแพ้หรือชนะ ก็จะมีกำลังใจตลอด ปีนี้ผ่านไปแล้ว ปีหน้าผมก็ยังคงทำงานหนักอยู่เหมือนเดิม และก็อยากได้กำลังใจและขอบคุณล่วงหน้าสำหรับกำลังใจของผมครับ” ดาวยิงช้างศึก กล่าวปิดท้าย

 

CR : เพจ Sanfrecce Hiroshima Thailand

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร

(Visited 9 times, 1 visits today)

Facebook Comments

ที่เกี่ยวข้อง