กสทช.สั่งพักใช้ใบอนุญาตปิดช่องพีซ ทีวี 30 วัน

วันนี้ (9 พ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติให้พักใช้ใบอนุญาตช่อง PEACE TV โดยอาศัยอำนาจตาม ข้อ 19 ของประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ.2555 เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่ง และหากยังคงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอยู่อีก จะใช้มาตรการทางปกครองที่สูงขึ้นต่อไป 

ทั้งนี้ เนื่องจากการออกอากาศรายการเดินหน้าต่อไป เมื่อวันที่ 26, 27 มี.ค. และวันที่ 5 เม.ย. 2561 เวลา 14.30-15.30 น. โดยประมาณ รายการหยิบข่าวมาคุย เมื่อวันที่ 27 มี.ค. และวันที่ 9 เม.ย.2561 เวลา 10.30-12.00 โดยประมาณ รายการ เหลียวหลังแลไปข้างหน้า เมื่อวันที่ 26, 27 มี.ค. และวันที่ 9 เม.ย.2561 เวลา 17.00-18.00 น. โดยประมาณ รายการ เข้าใจตรงกันนะ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. เวลา 18.20-19.20 น. โดยประมาณ

 ซึ่งทางช่องรายการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ช่อง PEACE TV มีเนื้อหารายการอันเป็นการส่อให้เกิดความสับสน ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง หรือสร้างให้เกิดความแตกแยกในราชอาณาจักร และยังเป็นการนำเสนอที่ขัดต่อคำสั่งศาลปกครอง ที่มีคำสั่งให้บริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด ปฏิบัติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 97/2557 ลงวันที่ 18 ก.ค.2557 และฉบับที่ 103/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค. 2557 ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำผิดซ้ำซาก 

อย่างไรก็ตาม การออกอากาศรายการดังกล่าวทั้งหมด เป็นการขัดต่อประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97/2557 ลงวันที่ 18 ก.ค. 2557 เรื่อง การให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 103/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค. 2557 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97/2557 ขัดต่อข้อกำหนดในบันทึกข้อตกลง ลงวันที่ 26 ส.ค. 2557 ระหว่างสำนักงาน กสทช. และบริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ช่อง PEACE TV ซึ่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 41/2559 ลงวันที่ 13 ก.ค. 2559 ถือว่าเนื้อหาดังกล่าวเป็นการออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามมาตรา 37 ประกอบมาตรา 63 และมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ. ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 

นายฐากร กล่าวว่า ที่ประชุม ได้มีมติมอบหมายให้ท่านประธาน กสทช. พิจารณามอบอำนาจให้ เลขาธิการกสทช. มีอำนาจในการระงับการออกอากาศโฆษณาที่ผิดกฎหมายเป็นการชั่วคราว กรณีมีการเผยแพร่โฆษณาที่ผิดกฎหมายผ่านโทรทัศน์ วิทยุ หรือผ่านเว็บไซต์ หลังจากที่เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มานั่งมอนิเตอร์การออกอากาศโฆษณาที่ผิดกฎหมายรวมกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ส่งรายงานพบการออกอากาศโฆษณาที่ผิดกฎหมายมาให้สำนักงาน กสทช. เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้สั่งระงับการออกอากาศโฆษณาดังกล่าวทันที เพื่อเป็นการลดขั้นตอน เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล สำหรับผู้ประกอบกิจการฝ่าฝืน จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท และหากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับวันละ 100,000 บาท
 
 

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th

(Visited 5 times, 1 visits today)

About The Author

ที่เกี่ยวข้อง

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น