กท.วิทย์ เดินหน้าปฏิรูประบบทุนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ ฯ

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)จัดประชุมหารือ Thailand 4.0 R&I Open Forum   เรื่อง การปฏิรูประบบทุนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  หวังเป็นแนวทางสนับสนุนบุคลากรเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศสู่ “ไทยแลนด์ 4.0”

 ดร.สุวิทย์   เมษินทรีย์   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เปิดเผยว่า การจะพัฒนาประเทศไทยตามวิสัยทัศน์ประเทศไทย 4.0 ได้นั้น จำเป็นต้องยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการผลิตในภาคอุตสาหกรรมอย่างก้าวกระโดด  ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง โดยปัจจัยสำคัญหนึ่งที่จะไปสู่เป้าหมายดังกล่าว  คือการมีบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีคุณภาพสูง มีความรู้ในสาขาเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ และทันต่อการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีของโลก
                 
ทั้งนี้ การจัดสรรทุนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของภาครัฐ  ถือเป็นกลไกสำคัญหนึ่งในการเตรียมบุคลากรที่มีศักยภาพสูงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในอนาคต และแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในสาขาเทคโนโลยีที่เกิดใหม่  ปัจจุบัน มีหน่วยงานหลายแห่งที่จัดสรรทุนการศึกษาเพื่อผลิตบุคลากรระดับสูงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  จึงจำเป็นต้องมีการบูรณาการการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดการวางแผนการให้ทุนในภาพรวม รวมถึงพัฒนาแนวทางในการใช้ประโยชน์นักเรียนทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศสู่ประเทศไทย 4.0

ด้าน ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กล่าวว่า สวทน. ร่วมกับ ก.พ. ในฐานะผู้จัดการประชุมหารือ Thailand 4.0 R&I Open Forum ได้รับข้อสั่งการจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  ให้หยิบยกเรื่องการปฏิรูประบบทุนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาเป็นหัวข้อในการประชุม เนื่องจากเห็นว่า      แรงขับเคลื่อนสำคัญในการนำพาประเทศสู่ประเทศไทย 4.0 ได้นั้น ต้องอาศัยบุคลากรที่มีศักยภาพ ประกอบกับระบบการจัดสรรทุนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ผ่านมาจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้อง และตอบโจทย์ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และวิสัยทัศน์ของประเทศ โดย สวทน. และ ก.พ. ได้เชิญทั้งหน่วยงานภาครัฐ สถาบันอุดมศึกษา ภาคเอกชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กว่า 80 คน มาร่วมหารือถึงแนวทางการปฏิรูประบบทุนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในครั้งนี้

สำหรับแนวทางการปฏิรูประบบทุนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถรองรับการพัฒนาประเทศสู่ ประเทศไทย 4.0 ได้นั้น ความท้าทายอยู่ที่การปรับกรอบแนวคิดการปฏิรูประบบทุนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยคำนึงถึงความต้องการของประเทศเป็นหลัก โดยประเทศไทยจะต้องมีระบบการวางแผนกำลังคน (Brain power planning) ของประเทศในภาพรวม ซึ่งจำเป็นต้องมีฐานข้อมูลกำลังคนของประเทศเพื่อช่วยวางแผนการพัฒนาและใช้ประโยชน์กำลังคนที่มีศักยภาพสูง อีกทั้งหน่วยงานให้ทุนต่าง ๆ ต้องบูรณาการการจัดสรรทุนร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน ยิ่งไปกว่านั้น  นอกเหนือจากการพัฒนาบุคลากรขึ้นมาเอง (Build) ควรพัฒนาแนวทางใหม่ๆ ในการดึงดูดผู้มีศักยภาพสูงทั้งจากภายในประเทศหรือต่างประเทศเข้ามาช่วยผลักดันประเทศสู่ประเทศไทย 4.0  ซึ่งรวมถึงการยืมตัวชั่วคราว (Borrow) หรือการจ่ายเงินชดเชยเพื่อดึงดูดบุคลากร (Buy) เป็นต้น ตลอดจนจะต้องส่งเสริมให้เกิดการเคลื่อนย้ายบุคลากรระหว่างภาคส่วนต่างๆได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น และส่งเสริมให้นักเรียนทุนที่สำเร็จการศึกษาได้ทำวิจัยระดับหลังปริญญาเอกก่อนปฏิบัติงานเป็นนักวิจัยหรืออาจารย์    

อย่างไรก็ดีข้อคิดเห็นที่ได้จากการประชุมหารือ ดังกล้าว  จะถูกนำไปเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำข้อเสนอการบูรณาการการจัดสรรทุนและการใช้ประโยชน์นักเรียนทุนรัฐบาลด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่อไป
 
 
 

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th

(Visited 9 times, 1 visits today)

About The Author

ที่เกี่ยวข้อง

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น